
เจาะลึกชีวประวัติ “โป๊ปเลโอ ที่ 14” หรือพระคาร์ดินัล โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรโวสต์ ผู้นำคาทอลิกคนแรกจากสหรัฐฯ ที่ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ที่ 267 ของคริสตจักรโรมันคาทอลิก พร้อมเส้นทางชีวิตและความท้าทายใหม่ในวาติกัน
จุดเริ่มต้นของผู้นำศาสนา จากครอบครัวผู้อพยพสู่กระแสเรียก
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 หรือ พระคาร์ดินัล โรเบิร์ต ฟรานซิส เพรโวสต์ เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 1955 ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในครอบครัวคาทอลิกชนชั้นแรงงานที่มีเชื้อสายอิตาลี ฝรั่งเศส และสเปน ด้วยรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพรโวสต์จึงเติบโตมากับความเข้าใจในความแตกต่าง ความหลากหลาย และการอยู่ร่วมกัน
เพรโวสต์เริ่มต้นเส้นทางศาสนาที่สามเณราลัยของคณะออกัสตินเนียน (Order of St. Augustine) และเรียนจบปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวิลลาโนว่า เมืองฟิลาเดลเฟีย ในปี ค.ศ. 1977 ก่อนจะอุทิศตนเข้าสู่ชีวิตนักบวชในปีเดียวกัน เขาเดินหน้าศึกษาต่อด้านเทววิทยาที่ Catholic Theological Union และจบปริญญาโทในปี ค.ศ. 1982 จากนั้นเดินทางไปยังกรุงโรม เพื่อศึกษากฎหมายศาสนจักรที่มหาวิทยาลัย Angelicum ของคณะโดมินิกัน จนได้รับปริญญาเอก
ทศวรรษแห่งเปรู แหล่งบ่มเพาะภาวะผู้นำ
ปี ค.ศ. 1985 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเพรโวสต์ตัดสินใจเดินทางไปทำงานแพร่ธรรมในประเทศเปรู ที่ซึ่งเขาใช้ชีวิตกว่า 10 ปีในการทำงานในสามเณราลัย สอนกฎหมายศาสนจักร และเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการของคณะ นอกจากบทบาททางวิชาการ เขายังต้องรับภาระงานสงฆ์หลากหลายหน้าที่ ตั้งแต่เป็นพระสงฆ์ประจำวัด ผู้อำนวยการฝ่ายอบรม ไปจนถึงผู้พิพากษาศาลศาสนจักร ซึ่งเป็นงานที่สะท้อนถึงสุภาษิตที่ว่า “ความสามารถคือคำสาปของตัวเอง” เพราะงานยิ่งเก่งก็ยิ่งล้นมือ
ในช่วงหนึ่ง เพรโวสต์ต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางเทวศาสตร์ในเปรู โดยสามารถเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและเสรีนิยมในคริสตจักร เปรู ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีความตึงเครียดสูงด้านแนวคิดทางศาสนา พระองค์จึงได้รับเลือกให้เป็นรองประธานสภาบิช็อปเปรูระหว่างปี 2018-2023
เส้นทางสู่การเป็นโป๊ป การยอมรับในระดับโลก
หลังประสบการณ์ในเปรู เพรโวสต์กลับสหรัฐฯ ในปี 1999 เพื่อดำรงตำแหน่งอธิการคณะออกัสตินเนียนในชิคาโก โดยช่วงหนึ่งมีบทบาทในคดีที่เกี่ยวข้องกับสงฆ์ผู้ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ แม้ภายหลังจะถูกวิจารณ์ แต่การลงนามของเขานั้นเกิดขึ้นก่อนที่นโยบายมาตรฐานของบิช็อปสหรัฐฯ จะถูกกำหนดอย่างเข้มงวดในปี 2002 และเป็นไปตามข้อตกลงในเวลานั้น
จากนั้นเพรโวสต์ได้รับเลือกเป็นอธิการใหญ่คณะออกัสตินเนียนทั่วโลกประจำกรุงโรม ระหว่างปี 2001–2013 ณ สถาบัน Augustinianum ใกล้มหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งทำให้เขาได้พบปะกับนักบวชและบิช็อปจากทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ สั่งสมประสบการณ์และสายสัมพันธ์ในระดับนานาชาติ จนกลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคริสตจักร
ปี 2014 พระสันตะปาปาฟรานซิสแต่งตั้งเขาเป็นบิช็อปแห่งชิคลาโย่ในเปรู ก่อนจะเลื่อนขึ้นเป็นคาร์ดินัลบิช็อประดับสูงสุดในวาติกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ในตำแหน่งประธานสมณะกระทรวงเพื่อบิช็อป ซึ่งดูแลการแต่งตั้งบิช็อปทั่วโลก
วิสัยทัศน์ของโป๊ปเลโอ ที่ 14 ก้าวข้ามความกลัว สู่ศรัทธาร่วมสมัย
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 ควันขาวพวยพุ่งเหนือมหาวิหารซิสทีน เป็นสัญญาณว่าคณะคาร์ดินัลจากทั่วโลกบรรลุฉันทามติในรอบการโหวตที่ 4 ซึ่งถือว่าเร็วอย่างน่าทึ่ง โดยเลือกเพรโวสต์เป็นพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ภายใต้พระนาม โป๊ปเลโอ ที่ 14 ซึ่งเป็นการใช้พระนามนี้ครั้งที่ 14 ในประวัติศาสตร์คริสตจักรคาทอลิก
ในการปรากฏพระองค์ครั้งแรกจากระเบียงมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โป๊ปเลโอ ที่ 14 ตรัสว่า “ข้าพเจ้าขอขอบคุณพี่น้องพระคาร์ดินัลทุกท่าน ที่ได้เลือกข้าพเจ้าให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของเปโตร…เราต้องแสวงหาสันติภาพ ความยุติธรรม และทำงานร่วมกับผู้ศรัทธาทั่วโลก โดยปราศจากความกลัว”
พระองค์กล่าวสดุดีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสผู้ล่วงลับว่า “พระเจ้าทรงรักเรา…ความชั่วร้ายไม่มีวันมีชัย” ก่อนจะอวยพรแด่กรุงโรมและโลกในพิธี Urbi et Orbi และกล่าวถึง “สังฆมณฑลอันเป็นที่รักในเปรู” เป็นภาษาแม่ของประชาชนที่พระองค์เคยรับใช้
เส้นทางต่อไปของศาสนจักร สมดุล ศรัทธา และการเยียวยา
แม้พระสันตะปาปาองค์ใหม่จะมาจากสหรัฐฯ แต่บุคลิกสุขุมและความสามารถในการไกล่เกลี่ยของพระองค์ ทำให้สื่ออิตาลีขนานนามว่า “ชาวอเมริกันที่ไม่เหมือนอเมริกัน” จุดแข็งของพระองค์อยู่ที่ความเข้าใจวัฒนธรรมโลก ความสามารถในการประสานฝ่ายขัดแย้ง และความลุ่มลึกด้านเทวศาสตร์
บทบาทของโป๊ปเลโอ ที่ 14 ในยุคเปลี่ยนผ่านของศาสนจักรอาจเป็นตัวกำหนดอนาคตของคริสตจักรคาทอลิกในโลกที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน ความหวัง และความแตกแยก — โดยมีเป้าหมายเพื่อก่อร่างความเป็นหนึ่งเดียวกันครั้งใหม่ ผ่านศรัทธาและความรักที่ไม่เลือกเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ หรือพรมแดน