
ดีเอสไอเร่งสอบ อิตาเลียนไทย ปมตึก สตง.ถล่ม รื้อปม “นอมินี-ปลอมลายเซ็น” ขยายคดีฮั้วประมูล ขณะรัฐเดินหน้าเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บรวม 95 ล้านบาท
1. ตัวแทนอิตาเลียนไทยเข้าให้ปากคำ ยืนยันไชน่าเรลเวย์เป็นสัญชาติจีน
เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เข้าสอบปากคำกับดีเอสไอนานกว่า 4 ชั่วโมงในคดีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม โดยยอมรับว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีสัญชาติจีน ทั้งนี้ นายเกรียงศักดิ์ให้ข้อมูลว่าประเด็นที่พูดคุยในวันนี้เน้นเฉพาะเรื่องนอมินี และการประมูลโครงการก่อสร้าง โดยไม่ตอบคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร่วมงานกับไชน่าเรลเวย์ในโครงการอื่นๆ ก่อนกลับเข้าห้องสอบสวนอีกครั้ง
2. ข้อเสนอเยียวยาด้านมนุษยธรรม กิจการร่วมค้าชดเชย 95 ล้านบาท
ในช่วงเย็น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พร้อมดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว กำหนดเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บรายละ 2 แสนบาท รวมงบประมาณกว่า 95 ล้านบาท โดยสภาทนายความรับหน้าที่กลั่นกรองเอกสารยืนยันตัวตนและสิทธิ์การรับเงินเยียวยา เพื่อป้องกันการแอบอ้าง ทั้งนี้ยืนยันว่าเงินช่วยเหลือดังกล่าวไม่มีผลต่อการดำเนินคดีอาญาและแพ่ง
3. เผยปมซับซ้อน นอมินี-ปลอมลายเซ็น-ฮั้วประมูล กำลังสืบสวน
ดีเอสไอแถลงคืบหน้าว่า กำลังรอผลตรวจสอบลายเซ็นวิศวกรควบคุมงานที่คาดว่าถูกปลอม พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขยายผลคดีฮั้วประมูล โดยเฉพาะการเอื้อประโยชน์ไม่เป็นธรรมในการแข่งขันเสนอราคา นอกจากนี้ยังตรวจสอบความเชื่อมโยงกับนายบินลิง วู ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ซึ่งอาจนำไปสู่การออกหมายจับทันทีหากพยานหลักฐานเพียงพอ ทั้งนี้ พยานในโครงการเผยมีการแอบอ้างชื่อและปลอมลายเซ็นในงานควบคุมก่อสร้างอย่างกว้างขวาง
4. ตัวแทนอิตาเลียนไทยปฏิเสธความรับผิดเรื่องออกแบบ-ควบคุมงาน
นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา ชี้แจงเพิ่มเติมต่อสื่อว่า กิจการร่วมค้าในฐานะผู้รับเหมา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบหรือควบคุมงาน เพราะอยู่ในหน้าที่ของผู้ออกแบบและที่ปรึกษาควบคุมงานตามระบบงานราชการ พร้อมระบุว่าผู้รับเหมามีสถานะเป็น “ห่วงโซ่อาหารสุดท้าย” ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต้นน้ำได้ ก่อนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อโดยออกจากห้องประชุมทางบันไดหนีไฟ
5. ตัวเลขล่าสุดผู้ประสบภัย 103 ราย สูญหาย 28 ราย
รายงานสถานการณ์ล่าสุด ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2568 พบผู้เสียชีวิตรวม 66 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงสูญหายอีก 28 ราย ขณะที่สภาทนายความเร่งประสานงานพิสูจน์ตัวตนผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะในกรณีชาวต่างชาติที่ต้องรอการพิสูจน์ดีเอ็นเอจากสถานทูตไทยในเมียนมา เพื่อเร่งการจ่ายเงินเยียวยาให้รวดเร็วที่สุด