คัดลอก URL แล้ว
“สุริยะ” เคลียร์ปมซุปเปอร์ดีลรถไฟ-ทางด่วน แก้สัญญาเพื่อชาติ ไม่เอื้อนายทุน

“สุริยะ” เคลียร์ปมซุปเปอร์ดีลรถไฟ-ทางด่วน แก้สัญญาเพื่อชาติ ไม่เอื้อนายทุน

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ โต้ข้อกล่าวหาซุปเปอร์ดีลแสนล้าน ยันแก้สัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน-ขยายสัมปทานทางด่วน ไม่เอื้อเอกชน รัฐได้ประโยชน์เต็มที่

วันที่ 25 มีนาคม 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณีฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลเอื้อเอกชนผ่านโครงการซุปเปอร์ดีล 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และการขยายสัมปทานทางด่วน

นายสุริยะระบุว่า ทั้งสองโครงการเป็นมรดกจากรัฐบาลก่อน และอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการ ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน การกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้เอื้อเอกชนจึงเป็นการบิดเบือนข้อมูล

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

นายสุริยะชี้แจงว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเซ็นสัญญาร่วมทุนกับเอกชนตั้งแต่ปี 2562 ส่วนรัฐบาลชุดปัจจุบันเริ่มบริหารงานเมื่อเดือนกันยายน 2567 ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือดำเนินการในช่วงลงนาม แต่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่ค้างคามานาน

สาระสำคัญของการแก้ไขสัญญาคือ การเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินจาก “จ่ายเมื่อสร้างเสร็จ” เป็น “จ่ายตามความก้าวหน้าของงาน” ซึ่งรัฐจะประหยัดเงินจากเดิม 1.4 แสนล้านบาท เหลือ 1.2 แสนล้านบาท ลดภาระดอกเบี้ยกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน เอกชนต้องโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของให้รัฐทันทีที่ได้รับเงินร่วมลงทุน พร้อมเพิ่มหลักประกันและส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐมากขึ้น

“การแก้สัญญานี้ไม่ได้เป็นการเอื้อเอกชน แต่เป็นการทำให้โครงการเดินหน้าได้จริง และรัฐได้ประโยชน์มากขึ้น” นายสุริยะกล่าว

การขยายสัมปทานทางด่วน

ในส่วนของการขยายสัมปทานทางด่วนศรีรัช–พระราม 9 ถึงงามวงศ์วาน ซึ่งฝ่ายค้านอ้างว่าเอื้อเอกชนนั้น นายสุริยะระบุว่า โครงการนี้มีปัญหาจราจรสะสมมากว่า 40 ปี ปริมาณรถเกินกว่าระบบจะรองรับ จึงจำเป็นต้องดำเนินโครงการ “Double Deck” เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน

เขาย้ำว่า การดำเนินการตามแนวทางเดิมที่คณะรัฐมนตรีชุดก่อนอนุมัติไว้เมื่อปี 2563–2565 โดยเน้นเลี่ยงการเวนคืนที่ดินและใช้โครงสร้างยกระดับสูงกว่า 20 เมตร ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณมากกว่าโครงการทั่วไป แต่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 7 พันล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดค่าผ่านทางจาก 90 บาท เหลือไม่เกิน 50 บาท บนโครงข่ายทางด่วนในเขตเมือง เช่น ศรีรัชและเฉลิมมหานคร เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน

นายสุริยะยืนยันว่า การดำเนินโครงการต่าง ๆ ยึดผลประโยชน์ประชาชนและรัฐเป็นหลัก ไม่เคยรู้จักหรือเกี่ยวข้องกับเอกชนผู้รับสัมปทานเป็นการส่วนตัว

“หากฝ่ายค้านยังมีข้อสงสัย ผมพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมทุกเรื่อง เชิญมาพบผมที่กระทรวงคมนาคมได้เลย หรือจะโทรมาก็ได้ ผมเปิดรับข้อเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมา” นายสุริยะกล่าวทิ้งท้าย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เพื่อการนำเสนอเนื้อหาที่ดี รวมถึงการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากคุณใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆนั้น แสดงว่าคุณยอมรับนโยบายคุกกี้และนโยบายส่วนบุคคลของเรา