วันนี้ (24 มีนาคม2568) ที่ ห้องประชุมพระสุริยัน สภาผู้แทนราษฎร สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาใหม่ (เกียกกาย) การอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ของไทย ตามมาตรา 151 แห่งรัฐธรรมนูญ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ถึงประเด็นการละเลยการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก ระบุว่า ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ชี้ชัดว่ามีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นคนนำเข้าเพียงรายเดียว เมื่อปี 2549 แม้จะมีข้อมูลว่าปลาหมอคางดำที่นำเข้านั้นตายหมด แต่ไม่มีการพิสูจน์ใดๆ สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นที่พบการระบาดหนักในปี2567 ไม่พบการแก้ปัญหาของรัฐบาล แม้ว่ามีม็อบปลาหมอคางดำยื่นข้อร้องเรียนต่อนายกฯ แต่นายกฯ กลับไม่สนใจ เพราะไปรับช่อดอกไม้จากนายทุน ทั้งนี้ในช่วงการนำเข้า และระบาดหนักเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีตระกูลชินวัตรที่สัมพันธ์แนบแน่นของบริษัททุนใหญ่ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในการระบาดของปลาหมอคางดำเป็นผู้บริหารประเทศ
โดย ช่วงหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายณัฐชากล่าว “ที่ผ่านมาพบภาพการพบปะ แบบมีความสนิทชิดเชื้อระหว่างคน 2 ตระกูล คือ ตระกูลของนายกฯ และบริษัทที่ต้องสงสัยว่าเป็นต้นตอของปัญหาทั้งนี้ในการลงพื้นที่ ระดับผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร และระดับอำนวยการ มีกิจกรรมประชาสัมพันธ์กับบริษัทผู้ต้องสงสัย และกรมประมง ล่าสุดอธิบดีกรมประมงระบุว่าไม่สามารถหาตัวการทำผิดได้ เพราะเรื่องเกิดมา 14 ปีแล้ว ซึ่งเป็นเพราะกรมประมงปล่อยปละละเลย”
นายณัฐชา อภิปรายทิ้งท้ายอีกว่า ขอให้ สส.ดูแลปัญหาและใช้อำนาจที่ได้มาจากประชาชน ไม่ใช่ได้มาจากกลุ่มทุนใด วันนี้ช่วยลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ เพื่อแสดงเจตจำนงไม่ยอมให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่กอบโกยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย และเพื่อสู้กับผู้ควบคุมรัฐบาลที่ชักใย ชื่อเรียกว่า สทร. แต่มีชื่ออย่างเป็นทางการผู้มีบารมีนอกรรัฐธรรมนุญตัวจริง คือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เป็นผู้กำกับฉาก
ภาพ: #วิชาญโพธิ