คัดลอก URL แล้ว
“พิชัย” หวัง “กนง.” ลดดอกเบี้ย “เพิ่มแรงส่ง-ความร้อนแรง” ให้เศรษฐกิจไทย ในช่วงที่จีดีพีเริ่มขยับขึ้น

“พิชัย” หวัง “กนง.” ลดดอกเบี้ย “เพิ่มแรงส่ง-ความร้อนแรง” ให้เศรษฐกิจไทย ในช่วงที่จีดีพีเริ่มขยับขึ้น

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 26 ก.พ.นี้ว่า ทุกประเทศตอนนี้เรื่องของการพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องของการพิจารณาจากเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อของประเทศไทยถือว่าต่ำอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้หากเงินเฟ้อลงแล้วสามารถเพิ่มความร้อนแรงทางเศรษฐกิจได้บ้างก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วนั้นตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.5% แต่ว่าในสองไตรมาสแรกของปีนั้นทำอะไรไม่ได้ เมื่อมาดูว่าการเติบโตของเศรษฐกิจนั้นในไตรมาส 3-4 ของปีเป็นเท่าไหร่ แล้วเราทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี
นอกจากนี้ในเรื่องของการลดดอกเบี้ยลงนอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจยังช่วยเศรษฐกิจไทยได้ในเรื่องของการส่งออกเนื่องจากค่าเงินที่อ่อนค่าลงจะเป็นประโยชน์กับประเทศส่งออกโดยขณะนี้ประเทศนั้นค่าเงินถือว่ายังแข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูย้อนหลังไปก็จะเห็นว่าแนวโน้มค่าเงินของเราแข็งขึ้น ซึ่งค่าของเงินเป็นผลลัพธ์ของมาตรการต่างๆ และเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขัน

โดยเรื่องนี้ในตอนที่ตนเองเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดที่ไปยังประเทศญี่ปุ่นก็ได้มีการหารือกับรัฐบาลของญี่ปุ่นในเรื่องนี้ซึ่งญี่ปุ่นก็บอกว่าเขาเป็นประเทศส่งออกค่าเงินก็เคยแข็งค่าอยู่นานก็อ่อนค่าลง ซึ่งได้ประโยชน์จากการส่งออก แต่ว่าในเรื่องของการนำเข้าผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ว่าเศรษฐกิจของเขาก็ฟื้นขึ้นมาได้ ตอนนี้ถ้ามองเรื่องอะไรต้องไม่มองด้านเดียว ต้องมองว่าทำอย่างไรให้มีเงินหมุนเวียนและเหมาะสมกับสถานการณ์

นายพิชัยกล่าว่า นอกจากนั้นในเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์มีการปล่อยกู้โดยเฉพาะการปล่อยกู้ให้กับเอสเอ็มอี ปัจจุบันในเรื่องนี้มีการกระเตื้องขึ้นในทางเศรษฐกิจ ก็น่าจะมีความยืดหยุ่นในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น นอกจากนั้นในเรื่องของ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เรื่องนี้ตนเองก็พยายามพูดเช่นกันให้มีการผ่อนคลายมาตรการ ซึ่งคิดว่าเรื่องเหล่านี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็มีข้อมูลเหล่านี้หมดแล้ว น่าจะมีการใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการพิจารณาด้วย

นายพิชัย กล่าวว่าได้มีการหารือกับธปท.และสถาบันการเงินเพิ่มเติมเรื่องของการเพิ่มมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน และการปรับโครงสร้างหนี้ ที่มีบางเรื่องที่สามารถที่ปรับโครงสร้างได้อัตโนมัติ ซึ่งเร็วๆนี้จะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ถือว่าเป็นเป้าหมายในการทำงานที่สำคัญของรัฐบาล
“เรื่องของการแก้หนี้มีอยู่หลายล้านบัญชี ซึ่งในขณะนี้ก็ต้องดูว่าจะทำอะไรเพิ่มเติมได้ อาจเป็นการลดเลยได้หรือไม่ เพราะลูกหนี้ที่เป็นรายย่อยมากๆก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร การปรับโครงสร้างหนี้ในส่วนนี้เป็นเรื่องวิธีการในการจะปรับแต่หลักการยังเหมือนเดิม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง