คัดลอก URL แล้ว
“พาณิชย์” สั่งห้ามห้าง Easy E-Receipt ขายเกินราคา

“พาณิชย์” สั่งห้ามห้าง Easy E-Receipt ขายเกินราคา

ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมห้างค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” รองรับโครงการ “Easy E-Receipt” ปี 2568 โดยกำชับห้างค้าปลีกทุกแห่งห้ามจำหน่ายสินค้าเกินราคา และต้องแสดงป้ายราคาสินค้า และป้ายโครงการฯ ให้ชัดเจน นอกจากนั้นยังตรวจสอบระบบการออกเสร็จรับเงินผ่านอีเมล์ ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น

ด้านนางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เชื่อว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าได้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ากลุ่มสินค้าที่ขายดีอันดับ 1 ได้ แก่ กลุ่มสินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตามลำดับ

พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการขอใบกำกับภาษี E-tax มี 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. เตรียมบัตรประชาชน เบอร์โทร อีเมล์ และใบเสร็จรับเงิน ภายในวันที่ซื้อสินค้าเท่านั้น
  2. ยื่นที่พนักงานที่จุดบริการลูกค้า
  3. รับใบกำกับ E-tax ตรวจสอบใบกำกับทางอีเมล หรือ สแกนรับใน Tax Box

ผู้ค้า OTOP คาด “Easy E-Receipt“ ดันยอดขายพุ่ง 50%

ขณะที่ นางกัลยะ ถนัดค้า เจ้าของร้านแป้งเย็น สเปรย์ปรับอากาศ หนึ่งในร้านค้า OTOP ร่วมมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษี 2568 บอกว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ดี เพราะเป็นครั้งแรกที่ร้านค้า OTOP ได้เข้าร่วมมาตรการ คาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ 50-60% ยอมรับว่า เบื้องต้นโครงการฯ ยังไม่เข้าใจระบบ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร และห้างค้าปลีกคอยให้คำแนะนำ พร้อมฝากถึงรัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เพราะมีกรอบระยะเวลาโครงการฯ เพียงแค่ 45 วัน

ทบทวนมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษี 2568 แตกต่างจากปีที่แล้วอย่างไร
         
Easy E-Receipt 2.0 ลดหย่อนภาษี 2568 เป็นมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย สำหรับบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ยกเว้นนิติบุคคล) เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีกำลังซื้อ สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีได้ โดยนำจำนวนเงินที่ซื้อสินค้าและบริการ มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง
         
โดยสิทธิประโยชน์ที่กล่าวข้างต้น เหมือนกันทั้ง ช้อปดีมีคืน (2563-2566) , Easy E-Receipt (2567) และ Easy E-Receipt 2.0 (2568) แต่จะมีวงเงินลดหย่อนภาษี เงื่อนไขในการซื้อสินค้า และหลักฐานที่เอาไปใช้ลดหย่อนที่แตกต่างกันไปในแต่ละปีเท่านั้น

ซึ่งในปี 2568 จะแตกต่างจากเดิมในเรื่องของการแบ่งวงเงินลดหย่อน และเงื่อนไขการใช้ โดย Easy E-Receipt 2.0 ในปี 2568 จะได้วงเงินที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาทเท่าเดิม แต่จะเพิ่มการแบ่งการใช้วงเงินออกเป็น 2 ส่วน คือ 30,000 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าและบริการทั่วไปตามที่กำหนด และวงเงินอีก 20,000 บาท สำหรับใช้จ่ายร้านวิสาหกิจชุมชน SMEs และร้านค้า OTOP ที่อยู่ในระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์

โดยมาตรการ Easy E-Receipt จะต้องรอลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2568 (ช่วงเดือน ม.ค.- มี.ค.2569) โดยในขั้นตอนยื่นแบบแสดงรายการภาษี จะมีช่องที่ให้กรอกส่วนลดค่าลดหย่อนฯ ก็ให้กรอกตัวเลขมูลค่าสินค้าที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือสินค้าที่มีภาษี 7% มาบวกรวมกัน

ใครที่มีสิทธิ์เข้าร่วม Easy E-Receipt 2.0 ได้บ้าง
         
มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ที่ถูกนำมาแทนช้อปดีมีคืน ก็มีเงื่อนไขที่ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน ผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมมาตรการนี้ได้ จะต้องเป็นบุคคลที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568 ที่จะเก็บในช่วงต้นปี 2569 เท่านั้น โดยจะได้รับการลดหย่อนภาษี ดังนี้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง