คัดลอก URL แล้ว
ผู้การแต้ม แจ้งหมิ่น ยูทูบเบอร์ปากแจ๋ว

ผู้การแต้ม แจ้งหมิ่น ยูทูบเบอร์ปากแจ๋ว

พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ หรือผู้การแต้ม อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำเอกสาร หลีกฐาตการถอดเทปคำด่า ของบุคคลที่จะแจ้งความ มายื่นให้กับตำรวจ สน.ดอนเมือง

โดยพลตำรวจตรี วิชัย บอกว่า วันนี้จะมาแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กับ นายธนัน ยูทูปเบอร์ FC ลุงพลป้าแต๋น และ แอดมินยูทูปเบอร์ นามปากกา “นางฟ้า” โดยพฤติการณ์ ทั่ง 2 คน มีการพูดต่อว่า ว่า “ชั่ว เลว” ผ่านการไลฟ์สดของตัวเอง และแม้จะมีการขอโทษผ่านไลฟ์สดไปแล้ว แต่พลตำรวจตรี วิชัย มองว่า เป็นการยอมรับว่ามีการกระทำผิดจริง ด่าตนเองจริง จึงถือเป็นหลักฐานที่นำไปมัดตัวได้

โดยพลตำรวจตรี วิชัย โจ้แย้งไปว่าที่ผ่านม่ตลอดชีวิตข้าราชการตำรวจกว่า 40 ปี ตนเอง ได้รับรางวัลมากมายทั้งรางวัลต้นแบบตำรวจราชการตำรวจดีเด่นของรัฐบาล และการที่ มาด่าทอว่าตนเองชั่วนั้นถือเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงอีกทั้งตนเองเป็นอาจารย์ต้องไปสอนหนังสือเป็นการลดความน่าเชื่อถือ สร้างความเสียหายให้กับตนเองทำให้เรื่องดังกล่าวไม่สามารถยอมความได้จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแม้ว่าหากบุคคลที่ตนเองแจ้งความจะมาขอโทษหรือติดต่อมาเจรจาก็จะไม่ยอมความ จะไม่รับกระเช้าโดยเด็ดขาดแต่จะให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้รับการประสานเข้ามา

และยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาที่ตนเอง ไปวิเคราะห์คดีที่เกี่ยวข้องกับลุงพลป้าแต๋นและน้องชมพู่ตนวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงภายหลังมีการคำพิพากษาของศาล ไม่ได้เป็นการพูดลอยๆหรือวิเคราะห์เองแต่ต่างจากพฤติกรรมของคู่กรณีที่มากล่าวหาลอย ๆ และการที่ตนเองมาแจ้งความจะไม่กดดันการทำงานของตำรวจจะแจ้งความตามขบวนการปกติ ไม่กดดัน และอยากให้กรณีของตนเป็นตัวอย่างในสังคมให้กับกลุ่มยูทูบเบอร์ที่อยากจะด่าผ่านโซเชียลโดยไม่มีมูลและจะมาขอโทษภายหลังนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนเงินที่จะเรียกค่าเสียหายนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้คิดว่าจะเรียกเท่าไหร่หรือจะเรียกหรือไม่ แต่หากเรียกได้จะนำเงินทั้งหมดไปบริจาคให้ผู้พิการทางสมอง

ส่วนหลักฐานต่างๆตนยอมรับว่าพลตำรวจโทเรวัต กลิ่นเกษร อดีต ผบช.ปส. เป็นคนนำหลักฐานมาให้ผมและส่งลิ้งค์ต่างๆมาให้ตนเพราะส่วนตัวแล้วตนเองไม่ได้เล่นโซเชียล

อย่างไรก็ตามพลตำรวจตรี วิชัย เคยแจ้งความคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณามาแล้ว 1 คนคือนายอนุชิตก่อนหน้านี้ หากรวมครั้งนี้อีก 2 คน จะรวมเป็น 3 คนในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง