คัดลอก URL แล้ว
คาบสมุทรเกาหลีระอุ หลังเกาหลีเหนือ – เกาหลีใต้ ต่างยิงขีปนาวุธซ้อมรบ

คาบสมุทรเกาหลีระอุ หลังเกาหลีเหนือ – เกาหลีใต้ ต่างยิงขีปนาวุธซ้อมรบ

KEY :

[เพิ่มเติม – 16.30 น.] คาบสมุทรเกาหลีระอุ หลังเกาหลีเหนือ – เกาหลีใต้ ต่างยิงขีปนาวุธซ้อมรบ

หลังจากที่เมื่อเวลา 08.51 น. เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธลงทะเลจำนวน 3 ลูก ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ ซึ่งในเวลาต่อมา ทางเกาหลีเหนือยังคงมีการยิงขีปนาวุธเพิ่มอีก เป็นระลอกที่ 2 ตั้งแต่เวลา 09.12 น. ลงทะเลทางด้านตะวันออก และในทะเลเหลือง

ในขณะที่เกาหลีใต้ ได้มีการแจ้งเตือนไปยังเกาหลีเหนือให้หยุดการยั่วยุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย ซึ่งในเวลาต่อมา เกาหลีใต้ได้ยิงขีปนาวุธ แบบอากาศสู่พื้น SLAM-ER จำนวน 3 ลูก ไปยังบริเวณแนวพรมแดนทางทะเลในระยะใกล้เคียงกับที่เกาหลีเหนือได้ยิงเข้ามาเช่นกัน เพื่อเป็นการตอบโต้การยั่วยุของเกาหลีเหนือในครั้งนี้

ทำให้ในเวลาประมาณ 13.17 น. เกาหลีเหลือยังได้มีการยิงปืนใหญ่อีกกว่า 100 นัดไปยังทะเลในพื้นที่กันชนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้อีกด้วย ทำให้ในวันนี้ เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธไปแล้วอย่างน้อย 17 ลูก เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการซ้อมรบของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ

วันนี้ (2 พ.ย.) เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ (SRBMs) 3 ลูกไปตกในทะเลตะวันออก ซึ่งกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า มีหนึ่งลูกที่ข้ามพรมแดนทางทะเลเข้ามาในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเกาหลีใต้ โดย JCS รายงานว่า ขีปนาวุธถูกยิงมาจากบริเวณเมืองวอนซาน ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทางด้านตะวันออกของเกาหลีเหนือ เมื่อเวลาประมาณ 08.51 น. โดยได้มีการแจ้งเตือนภัยการโจมตีทางอากาศ

สำหรับขีปนาวุธทั้ง 3 ลูกนี้ เป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ (SRBMs) โดยลูกแรกตกลงในทะเลทางตอนใต้ของเส้นจำกัดเขตแดนตอนเหนือ (NLL) ซึ่งเป็นเส้นพรมแดนทางทะเลระหว่างสองเกาหลี อีกหนึ่งลูกไปตกในทะเล ห่างจากเมืองซกโช เมืองเกาหลีใต้ 57 กม. และลูกสุดท้ายไปตกในทะเลบริเวณเกาะอุลลึงโด ใกล้ ๆ กับเกาะดกโด

ทางด้านของกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า การกระทำของเกาหลีเหนือถือเป็นการยั่วยุต่อเกาหลีใต้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึงสัปดาห์ นับตั้งแต่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ มีการฝึกซ้อมรบร่วมกัน

เกาหลีเหนือไม่พอใจ เกาหลีใต้-สหรัฐฯ ซ้อมรบ

เมื่อวานที่ผ่านมา ( 1 พ.ย. ) เกาหลีเหนือได้มีการส่งสัญญาณเตือนมายังเกาหลีใต้ถึงความไม่พอใจในการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ ซึ่งโฆษกของทางการเกาหลีเหนือระบุว่า การซ้อมรบทางอากาศที่เกิดขึ้นถือเป็นการยั่วยุทางการทหาร โดยมีเป้าหมายเพื่อฝึกซ้อมในการรุกรานและโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ต่อเกาหลีเหนือ หากเกิดเหตุฉุกเฉินในคาบสมุทรเกาหลี

ซึ่งเมื่อวันที่ 31 ต.ค. เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ได้มีการฝึกซ้อมรบทางอากาศครั้งใหญ่ “VIGILANT STORM 23” และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 โดยมีเครื่องบินเข้าร่วมการฝึกซ้อมในครั้งนี้กว่า 240 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ล่องหน (Stealth fighter) แบบ F-35

โดยเกาหลีเหนือยังได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น โดยระบุว่า พร้อมจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิบไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนเกาหลีเหนือต่อภัยคุกคามทางทหารจากภายนอก และได้ออกแถลงการประณามการซ้อมรบในครั้งนี้ด้วย

ญี่ปุ่นระบุ แนวเส้นทางการผิดไม่ปรกติ

กองทัพญี่ปุ่น รายงานการตรวจพบการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า เกาหลีเหลือได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกไปตกในทะเลตะวันออก เมื่อเวลาประมาณ 08.50 น.

โดยลูกตกห่างจากจุดปล่อยขีปนาวุธราว 150 กม. และยิงขึ้นสูงสุดราว 150 กม. จากพื้นดิน ในขณะที่ลูกที่สองนั้นตกห่างจากจุดยิงราว 200 กม. ที่ระดับความสูง 100 กม. ซึ่งทางการญี่ปุ่นระบุว่า ขีปนาวุธทั้งสองลูกมีลักษณะของแนวการบินของขีปนาวุธทั้งสองลูก มีลักษณะผิดปรกติ

สหรัฐฯ ยืนยันกำหนดการเยี่ยมเยือน

ทางด้านของสหรัฐ ยังคงยืนยันกำหนดการเดิมที่จะมีการเยี่ยมเยือนทางการทหาร โดยมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ USS Key West มายังเกาหลีใต้ในช่วงสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงให้เป็นว่า สหรัฐฯ พร้อมยืนเคียงข้างเกาหลีใต้ในการป้องปรามเกาหลีเหนือ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง