คัดลอก URL แล้ว
เหรียญ Luna-UST กับช่องโหว่ สู่การล่มสลายของ Terra

เหรียญ Luna-UST กับช่องโหว่ สู่การล่มสลายของ Terra

KEY :

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างมากในโลก ‘คริปโต’ (Cryptocurrency) กับเหรียญ Luna Terra จากแตะจุดสูงสุดที่ 116.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 4 เม.ย.65 และปัจจุบันอยู่ที่ 0.00018 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากเทียบเป็นเงินบาทก็แทบไม่มีค่าแล้ว เช่นเดียวกับเหรียญ TerraUSD หรือ UST ซึ่งเป็นเหรียญแบบ Stablecoin เป็นเหรียญที่ใช่ตรึงราคาตามโครงสร้างของ Terra ที่กำหนดไว้ ด้วย Algorithmic Stablecoin ให้มีมูลค่าเท่ากับสกุลเงินอย่าง USD ในอัตราส่วน 1:1 แต่ปัจจุบันมูลค่าอยู่ที่ 0.2346 ดอลลาร์สหรัฐฯ

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ Onchain Wizard วิเคราะห์ว่า ‘หายนะ’ ดังกล่าวเริ่มมาจากภายหลังช่วงเดือนมีนาคม 65 ทางบริษัท Terra จัดตั้ง Luna Foundation Guard ซึ่งเป็นองค์กรช่วยควบคุมไม่ให้ UST เกิดหลุดการตรึงราคาในอัตราส่วน 1:1 โดยการเข้าซื้อ Bitcoin เพื่อใช้ในการพยุงราคา UST มูลค่าราว ๆ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนนำไปสู่ ‘ช่องโหว่’ ที่ถูกโจมตี

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ Onchain Wizard ระบุว่า คนที่โจมตี นั้นไม่ได้โจมตีจากราคาขึ้นลงของเหรียญทั้ง 2 ตัว อย่าง Luna และ UST แต่ใช้การเปิด Short Bitcoin เพื่อเกร็งกำไร โดยการเทขาย UST ของทาง Terra ที่ใช้ Bitcoin ในการเข้ามาช่วงตรึงราคาเหรียญ

แน่นอนเมื่อราคา UST หลุดจาก Stablecoin ทาง Terra จำเป็นต้องขายเทขาย Bitcoin เพื่อให้ UST กลับมายืนที่ 1 ดอลลาร์ แม้ด้วยตัวระบบที่ทาง Terra ได้คิดค้นไว้ จากความสัมพันธ์ของทั้ง 2 เหรียญอย่าง Luna และ UST ในรูปแบบการ Mint และ Burn เหรียญ โดยเมื่อ UST ถูกเทขาย จะไป Mint เหรียญ Luna และดึงราคาเหรียญ Luna ลงตามไปด้วย เพื่อไปตรึงราคา UST แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ

ประกอบกับการเกิด Panic Sell จากนักลงทุน รวมทั้งวาฬที่เริ่มทุบต่อเนื่อง ทำให้ราคาของทั้ง 2 เหรียญไม่สามารถกลับมายืนได้อีกเหมือนเดิม จากข้อมูลนี้มีการคาดการณ์ว่าการโจมตี Terra ในครั้งนี้ ผู้โจมตี ได้รับทรัพย์จากการเปิด Short Bitcoin ไปราว ๆ 3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้การเทขาย Bitcoin ของ Terra ในช่วงวิกฤตดังกล่าว ยังเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคา Bitcoin เกิดความผันผวนเช่นกัน

Terra (LUNA) คืออะไร?

Terra ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2018 โดย Daniel Shin และ Do Kwon ทั้งสองคิดโครงการนี้เพื่อผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีบล็อคเชนและ คริปโตเคอร์เรนซี มาใช้อย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นที่เสถียรภาพด้านราคาและการใช้งาน Kwon เข้ารับตำแหน่งซีอีโอของ Terraform Labs ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลัง Terra

Terra เป็น blockchain โปรโตคอลที่ใช้ Fiat-pegged stablecoins สู่ระบบการชำระเงินที่มีเสถียรภาพสูงระดับโลก จากเอกสารไวท์เปเปอร์ Terra ได้ รวม ความมั่นคงของราคาและการยอมรับสกุลเงิน fiat อย่างกว้างขวางเข้ากับการต่อต้านการเซ็นเซอร์ของ Bitcoin (BTC) และเสนอข้อตกลงที่รวดเร็วและราคาไม่แพง

การพัฒนาบน Terra เริ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2018 และ mainnet ได้ เปิด ตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2019 ในเดือนกันยายน 2020 มีการนำเสนอ Stablecoin ที่ตรึงไว้กับดอลลาร์สหรัฐ, ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้, ค่าเงินทูกริกของมองโกเลีย และสิทธิพิเศษในการถอนเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศของสกุลเงินต่าง ๆ และตั้งใจที่จะเปิดตัวตัวเลือกอื่น ๆ เพิ่มเติม

LUNA โทเค็นดั้งเดิมของ Terra ใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของโปรโตคอลของ Stablecoins ผู้ถือครอง LUNA ยังสามารถส่งและลงคะแนนเกี่ยวกับข้อเสนอด้านการกำกับดูแล

คนไทยกับเหรียญ Luna

‘หายนะ’ ในครั้งนี้แน่นอนว่าเมื่อมีผู้ได้ ย่อมมีผู้เสีย และเช่นเดียวกันเหรียญตัวนี้ คนไทยโดยเฉพาะนักลงทุนคริปโต ได้ให้ความสนใจกับเหรียญดังกล่าว บางคนศึกษาตั้งแต่ช่วงเปิดตัวแรก ๆ และลงทุนไปเป็นจำนวนเงินไม่น้อย เพราะมั่นใจในโปรเจคของทาง Terra ที่ดูเหมือนจะเป็นอนาคตใหม่ที่น่าจับตามอง แต่นั้นไม่ได้รวมถึงเหรียญของเครือข่ายของ Terra อีกต่อไป

การเทขาย UST ในช่วงข้ามคืนเพียงไม่กี่ชั่วโมง กระทบไปถึงเหรียญ Luna ที่มูลค่าจากที่สูงดึงลงสู่ก้นเหวที่ยากจะฟื้นคืน มีนักลงทุนในบ้านเราหลาย ๆ คน ที่ต่างหวังผลกำไร กลับเหลือแค่เพียงตัวเงินที่ไร้มูลค่า

มีหลายคนใช้เงินเก็บทั้งชีวิตนำมาลงทุนกับเหรียญนี้ กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนสำหรับการลงทุนในโลกคริปโต

แผนฟื้นฟู Terra

Do Kwon ผู้ก่อตั้งเครือข่าย Terra ได้ออกมาระบุว่า เตรียมมีแผนฟื้นฟู โดยรีเซ็ตเครือข่าย Terra ให้เหรียญ LUNA กลับไปที่จำนวน 1 พันล้านโทเคน พร้อมแบบสัดส่วนเหรียญไปยังผู้มีส่วนได้เสียในคอมมูนิตี้ ทั้งผู้ถือเหรียญและนักพัฒนา

ก่อนที่อีกไม่กี่วันต่อมาทาง Do Kwon จะประกาศจะสร้างเหรียญ Luna ใหม่โดยการแยกตัวออกจากอันเดิม คล้าย ๆ กับ Luna V.2 โดยจะไม่นำระบบ Algorithmic Stablecoin มาใช้ ซึ่งเปิดให้มีการลงคะแนนเสียงจะมีขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคม และหากทำได้สำเร็จ เครือข่ายใหม่จะสามารถเปิดตัวได้ภายในวันที่ 27 พฤษภาคม

ไม่มีอะไรที่แน่นอนสำหรับในโลกคริปโต หรือ อะไรที่คิดว่าแน่นอนอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ก็ได้ นักลงทุนทุกคนควรศึกษาข้อมูล ทั้งจุดดี จุดด้อย ของเหรียญแต่ละชนิด รวมถึงการกระจายความเสี่ยง เพราะการลงทุนเพียงชนิดเดียวอาจส่งผลเช่นเดียวก็เหรียญ Luna และ UST ก็เป็นได้เช่นกัน

ความผันผวนของตลาดคริปโตย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งจะมีช่วงขึ้น ‘ตลาดกระทิง’ หรือแม้แต่ช่วงขาลงอย่าง ‘ตลาดหมี’ จึงเป็นที่มาของคำว่า ‘ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง’


ข่าวที่เกี่ยวข้อง