คัดลอก URL แล้ว
วันเดอร์วูแมน โรซี่ ชีรา กับหนทางสู่ชีวิตนางแบบโฆษณาในนิวยอร์ก

วันเดอร์วูแมน โรซี่ ชีรา กับหนทางสู่ชีวิตนางแบบโฆษณาในนิวยอร์ก

ใครก็มีสิทธิ์ฝันแต่จะมีสักกี่คนที่กล้าลงมือวาดและทำตามภาพฝันนั้นจนเกิดเป็นภาพจริง ถ้านึกถึงอาชีพในฝันของสาวๆ หนึ่งในอาชีพที่ขึ้นแท่นท๊อปเท็นตลอดกาล ต้องมีอาชีพนางแบบแน่นอน MONO 29 อยากพาคุณมารู้จักกับนางแบบสาวไทย “โรซี ชีรา ชูวิเชียร” ที่ก้าวตามฝันจนสำเร็จ ไปโลดแล่นสร้างชื่อไกลถึงนิวยอร์ก

บทสนทนาของเราเกิดขึ้นในวันสบายๆสายๆตามเวลาอเมริกา ผ่านวีดีโอคอล ได้เจอความเรียลแบบ model off duty ลุคเสื้อตัวโคร่งหน้าใสไร้เมคอัพใดใด ยืนพับผ้ากองโตอยู่ในห้องลูกชายวัย 3 ขวบของเธอ ได้ฟังเรื่องราวแล้วก็เปิดโลกไป ว้าวไปไม่หยุด

โรซี่คือสาวไทยคนแรกแรกที่ได้รับวีซ่า O-1 Extraordinary Ability Visa จากโมเดลเอเจนซี่ชื่อดัง WILHELMINA เป็นเรื่องที่เธอเล่าติดตลกปนภูมิใจว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่เคยเห็นวีซ่าทำงานประเภทนี้มาก่อนและขอกักตัวไว้ไม่ให้ออกจนเกือบตกเครื่องตอนตีสอง

เธอมีตำแหน่งรองอันดับสามจาก ‘เปรียวซุปเปอร์โมเดล’ ของนิตยสารเปรียว การันตีความแซ่บและบทสาวเด่น หุ่นเฉี่ยว ในโฆษณาเนเจอร์กิฟท์ที่หลายท่านน่าจะคุ้นตาเธอบ้างตามสื่อทีวีหรือปกนิตยสาร

“ผลงานที่ภูมิใจที่สุดของโรซี่คือได้รับเลือกเป็นพรีเซ็นเตอร์เปิดตัวไอโฟน 6 รูปเราติดในช็อป เว็ปไซต์ และทุกสื่อของ Apple ทั่วโลก แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นเรา”

จุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งสำคัญ

หลังจากคร่ำหวอดในวงการนางแบบที่ไทยจนเหมือนจะถึงทางตัน รายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้นเหมือนสายงานอื่นแถมถดถอยอีก เลยมีจุดตัดสินใจว่าถึงเวลาออกไปเผชิญโลกกว้างแล้วล่ะ

“ด้วยความที่เราไม่ได้เป็น somebody มันยากมากนะที่จะโดดเด้งมีงานรัวๆเหมือนเซเลบริตี้ ดาราหรือนางงามพร้อมมงคนอื่นในเมืองไทย” และที่ยากไปกว่านั้นคือบ้านเราไม่ได้มีงานรองรับอาชีพนี้อย่างเป็นระบบแบบจริงจัง เลยเริ่มจากเลือกออกจาก Comfort Zone ไปทำงานนางแบบที่สิงคโปร์ระยะสั้นๆ ลิ้มลองรสชาติการไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง ยิ่งรู้สึกว่ามันใช่ มันตอบโจทย์ที่เราต้องการและตอกย้ำความมั่นใจในอาชีพนี้ยิ่งขึ้น แล้วต่อยอดความฝันด้วยการส่งโปรไฟล์ไปโมเดลเอเจนซี่ที่อเมริกา จะด้วยโชคชะตาหรือดวงหรืออะไรก็แล้วแต่ หน้าเก๋ โหนกแก้มชัด ผิวสองสีแบบไทยของเธอก็ไปเข้าตาเอเจนซี่ WILHELMINA จนได้เซ็นสัญญาและย้ายไปทำงานเดินแบบที่นิวยอร์กในเวลาต่อมา

ชีวิตในนิวยอร์กไม่ได้ราบรื่น ชวนฝันดั่งวิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์

เพราะฝันไกลไม่ใช่แค่หน้าปากซอย การเดินทางออกนอกประเทศแบบข้ามซีกโลกจึงเริ่มขึ้น “สภาพแวดล้อม วัฒนธรรม ภาษา ความเป็นอยู่แตกต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง ไม่เหมือนตอนไปทำงานเดินแบบที่สิงคโปร์ที่ยังมีความเอเชียและใกล้บ้านจะบินกลับเมื่อไหร่ก็ได้” ช่วง 3 เดือนแรกในอเมริกา Homesick ร้องไห้ทุกวัน ทั้งเหงา คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ แรงกดดัน ความเครียด วงการนี้มีการแข่งขันกันสูง โดนปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน การทำใจรับและปรับตัวเป็นเรื่องที่ยากที่สุด

“ที่นี่งานทุกงาน ทุกรันเวย์ต้องผ่านการแคสติ้งร้อยเปอร์เซ็นต์ บางวันต้องวิ่งแคสต์เกือบ 20 แห่ง บางงาน call back อีกสองรอบก็มี กว่าจะสรุปจบว่าเราได้” ขนาดว่าเตรียมตัวเตรียมใจมาอย่างดี เธอต้องใช้เวลาเกือบปีกว่าจะเข้าร่องเข้ารอย “ผ่านมาได้ด้วยกำลังใจทั้งจากตัวเอง ครอบครัว การออกกำลังกายและทำสมาธิด้วย ช่วยได้เยอะมาก”

อุปสรรคที่เจอถือว่าหนักหนาสาหัสอยู่ไม่น้อย

แต่โอกาสที่น้อยนิดก็ไม่ทำให้ถึงกับถอดใจ เธอถือคติ “ท้อมีไว้ให้ลิงถือเท่านั้น” ถ้าเป็นคนจีนสมัยก่อนก็คือเสื่อผืนหมอนใบ ทั้งต้นทุนคอนเนคชัน เพื่อนฝูง แบ็คอัพที่เป็นศูนย์ ไม่มีหนังสืออาชีพนางแบบ Model 101 หรือใครจะมาสอนว่า ควรวางตัวเองเป็นสินค้าที่โดดเด่นแบบไหน ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือก ”เราต้องสั่งสมประสบการณ์ ลับคมด้วยตัวเอง วิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ภาพรวมตลอดปีว่าลูกค้าเราคือใคร แถมย้อนไปในยุคนั้นที่นางแบบหน้าตาเอเชียยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การเหยียดผิวยังชัดเจนมาก บางงานเคยได้เรตค่าจ้างต่างจากคนผิวขาวที่ยังทำให้ย้อนนึกทีไรก็ยังเสียใจถึงทุกวันนี้”

โรซี่กล่าวต่ออีกว่าแม้กระทั่งเรื่องโครงหน้า ลุคที่ไม่ได้ชัด แนวหมวย ผิวขาว ตาเล็กเหมือนภาพจำที่ลูกค้ามีต่อลุคสาวเอเชีย ก็ทำให้เธอพลาดงานอยู่หลายครั้ง แต่สิ่งเหล่านี้ได้หลอมเธอจนแกร่งขึ้นในที่สุด

โลกและกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน วงการแฟชั่นก็เปลี่ยนตาม ยิ่งอยู่ในวงการมานานลุคแบบนี้ กลับมีงานมาชนเยอะมาก ผู้จ้างเจเนอเรชันใหม่เปิดกว้างในทุกมิติ ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมมากขึ้น ความหลากหลายทางเชื้อชาติ สีผิว หรือเพศ กลายเป็นข้อดี ทำให้นางแบบนายแบบหน้าใหม่มีโอกาสได้งานสูงขึ้นตามลำดับ

นิสัยไทยไทยที่อยู่ตรงไหนก็รอดสำหรับโรซี่ คือการมีน้ำใจ รอยยิ้มที่มีต่อผู้ร่วมงานเสมอ ตั้งแต่ช่างแต่งหน้ายันผู้ช่วยตากล้อง แม้ไม่ใช่หน้าที่หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็เกื้อกูลกัน ส่วนนิสัยที่ควรเก็บไว้ที่ไทยแลนด์โอนลี่เลย นั่นคือ นิสัยขี้เกรงใจ การไม่พูดตรงๆ อาทิ ช่างภาพถ่ายเกินเวลา ช่างผมทำแรงเกิน เราต้องพูด เราควรรู้จักสิทธิของตัวเอง ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญสำหรับการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลา ต้องเป๊ะ ไม่ว่าจะทำงานกับชาติใดก็ตาม

ชีวิตดีไซน์ด้วยตัวเอง

ตลอด 20 ปี ในแวดวงนางแบบระดับอินเตอร์ของเธอ มีเรื่องน่าจดจำมากมาย คีย์เวิร์ดในการใช้ชีวิตและไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดโรซี่บอกว่า “จงฟังเสียงข้างในตัวเองและมีภาพความฝันที่ชัดเจน” แต่ต้องอิงกับความเป็นจริงและความเป็นไปได้ให้มากที่สุด รู้จักคุณค่าของตัวเอง รักตัวเราให้มากพอ อย่าให้เสียงรอบข้างมาทำให้เราเสียความมั่นใจจนสูญเสียตัวตน “นี่โดนบ่อยมาก ไม่เห็นสวยเลย ไม่ค่อยสูงเนอะ แต่ก็นี่ไงทุกอย่างมันพิสูจน์แล้วโครงหน้าแบบนี้ สะโพกแบบนี้, ชั้นทำได้แล้วจ้ะ

“I’m gonna be Model I’m born to be Model”

เรารักและศรัทธาในอาชีพนางแบบมาก นอกจากความท้าทาย มันมีความสนุกที่ทุกงานในแต่ละวันได้เจอคนใหม่ๆ ทีมใหม่ๆ ต้องเตรียมตัวทำการบ้านมาให้ดี พร้อมเจอสิ่งใหม่ตลอดเวลา ลูกค้าแต่ละเจ้ามีฐานลูกค้า ช่วงอายุไหน ลักษณะของแบรนด์เป็นอย่างไร ส่วนรูปแบบการทำงาน แม้จะถ่ายเสื้อผ้าเหมือนกันแต่ Theme และ Target market ที่ต่าง เราก็ต้องส่ง Energy ต่างกันด้วย อย่างเวลายิ้มจะยิ้มเฉยๆไม่ได้ เราต้องเล่นใหญ่ใส่หลายเลเวล ให้อารมณ์ที่หลากหลาย หรืออย่างตอนถ่ายแบบชุดชั้นในสำหรับสาวอายุ 30 จะโพสแนวเซ็กซี่มากไม่ได้

บ่อยครั้งที่มีโอกาสร่วมงานกับช่างภาพเก่งๆ ตัวพ่อตัวแม่ระดับโลก มันทำให้เราต้องผลักตัวเองให้เก่งขึ้นโดยอัตโนมัติ คนเก่งมักจะทำอะไรเร็ว เค้าจะมีภาพในหัวแล้ว ฉะนั้นเราจะประมวลผลช้า ไม่พกสมองมาไม่ได้ เพราะ “นางแบบ” เป็นตัวหลักที่สุดของภาพ ถ้าเรา Error ทุกอย่างที่ถูกกลั่นกรองมาจากทีมงานและลูกค้าคือ พัง บางทีเจอช่างภาพที่ไม่ได้เก่งมาก อีโก้เยอะ บอกตัวเองอดทนไว้ เค้ากดชัตเตอรไม่ลงจังหวะก็ต้องใช้สกิลและศักยภาพที่สะสมมาทำให้มันลื่นไหลไปได้

Work Life Balance

ปัจจุบันโรซี่ยังคงสนุกกับการทำงานเป็นนางแบบฟูลไทม์ ควบไปกับหลายบทบาท ทั้งภรรยา คุณแม่ลูกหนึ่งในต่างแดน เป็นแม่บ้านทำงานบ้าน ทำอาหารเองทุกสิ่งอย่าง “การมาอยู่ต่างประเทศต้องแกร่งและยืนได้ด้วยตัวเอง ยิ่งพอมีลูกคือที่สุด เพิ่งรู้ว่าเรามีพลังพิเศษซ่อนในนั้นอีก โรทำงานถ่ายแบบจนถึงเดือนสุดท้ายก่อนคลอด เราช่วยกันเลี้ยงเอง ไม่มีปู่ย่าตายายหรือพี่เลี้ยง แต่เชื่อว่าบ้านไหนที่เลี้ยงลูกเองจะเข้าใจว่าภาระหน้าที่ความรับผิดชอบเยอะและหนักมาก”

นอกจากความสตรองสุดพลังในทุกตำแหน่ง เธอยังแบ่งเวลาที่แทบจะไม่มีอยู่แล้วมาทำคอนเทนท์แนวบิวตี้ ผ่านช่องยูทูปอีก แรงบันดาลใจหลักมาจากอยากเก็บไว้เป็นไดอารี่การทำงานของตัวเองให้ลูกชาย

“ ตอนเด็กเรารู้แค่ว่าพ่อแม่เราเก่งและทำงานหนักมากซึ่งเค้าเป็นหมอผ่าตัดไง เลยไม่ได้เห็นเค้าตอนทำงานว่ามันสุดยอดแค่ไหน“

เหนือสิ่งอื่นใดเธอกล่าวขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ทั้งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง ที่เป็นทั้งผู้สนับสนุนหลัก เป็นแหล่งพลังใจที่สำคัญของเธอ “พอมีลูกยิ่งทำให้รู้เลยว่าความรักท่านยิ่งใหญ่แค่ไหน เราโชคดีมากที่พ่อแม่มีวิสัยทัศน์และสนับสนุนในทุกด้าน” แม้ต้องทุกข์ใจมากที่ต้องยอมปล่อยลูกสาวออกจากอ้อมอกให้โบยบินตามความฝัน ในวันนั้นถ้าท่านไม่ได้ตอบรับเห็นดีเห็นงามกับโอกาสการเซ็นสัญญา เราคงไม่ได้เห็นภาพตัวเองโลดแล่นมาไกลขนาดนี้

เมื่อถูกถามว่าจะทำอาชีพนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ เธอยิ้มแบบมั่นๆด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจว่า “จนกว่าวันที่มีผมสีเทา เรื่อยๆไปจนแก่นั่นแหละ”

ก่อนจบบทสนทนาเธอทิ้งคำคมไว้สั้นๆ “ทุกสิ่งในชีวิตไม่มีคำว่าบังเอิญและทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ”

ตลอดสองชั่วโมงที่คุยกัน สัมผัสได้ถึงความสุขที่สร้างขึ้นเองของเธอด้วยความศรัทธา ไม่ย่อท้อต่อหนทางที่เลือกเดินจนถึงฝั่งฝัน บอกได้คำเดียวว่า ความมุ่งมั่นชนิดดับเครื่องชนของเธอคือสิ่งที่น่าทึ่งมากจริงจริง ถ้าเปรียบเป็นโปรดักส์ชนิดนึง โรซี่คือสินค้าที่ไม่เคยหยุดพัฒนา เธอปรับเปลี่ยนหีบห่อตัวเองให้งดงาม ทันสมัยอยู่เสมอ และหากจะมองหา Role Model สักคนที่เดินตามฝัน กล้ายืนหยัดกับมันมากพอ สำหรับเราเรื่องราวของโรซี่กับทุกก้าวย่างที่เธอผ่านมา เป็นต้นแบบเกรดพรีเมียมในวงการนางแบบให้แก่รุ่นน้องหน้าใหม่ ก็คงไม่ใช่คำที่อวยเสียเกินจริงไปนัก

สาวๆที่สนใจเรื่องความสวยงาม เมคอัพ สกินแคร์ เบื้องหลังแวดวงแฟชั่น ไม่ควรพลาดความเก๋และความทรูอินไซเดอร์แบบสับสไตล์โรซี่ด้วยประการทั้งปวง

กดติดตามเธอกันได้จากลิ้งก์นี้เลยค่ะ www.youtube/cheerachannel, Instragram/cheerachoo