คัดลอก URL แล้ว

Mercedes-Benz เปิดตัว The new E-Class จัดเต็มฟีเจอร์อัจฉริยะรอบคัน

Mercedes-Benz ประกาศเปิดตัว The new E-Class ที่มาพร้อมภาษาออกแบบยุคใหม่ สปอร์ตล้ำ โดดเด่นเหนือระดับ พร้อมอัปเดทซอร์ฟแวร์ และฮาร์ดแวร์หลายรายการยกระดับความล้ำสมัย และความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น

เริ่มจากการออกแบบบุคลิกภายนอกใหม่ด้วยส่วนหน้าที่คล้ายคลึงกับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ EQ ด้วยกระจังหน้า และโคมไฟหน้าที่ออกแบบใหม่ ซึ่งขอบกระจังหน้าสีดำเงา จะเชื่อมเข้ากับไฟหน้าอย่างลงตัว นอกจากนี้ภายในกระจังหน้าเองก็สามารถเลือกได้ทั้งแบบตะแกรงแนวนอนสามมิติ หรือแบบประกายเพชรขึ้นกับรุ่นย่อย อีกทั้งไฟท้าย LED ออกแบบใหม่เป็นทรงดาวสามแฉกอันโดดเด่นเฉพาะตัว

ควบคู่กับการออกแบบตัวถังใหม่ที่ให้มีค่าสัมประสิทธิ์ต้านทานอากาศที่ต่ำลงกว่าเดิมถึง 0.23 Cd จากเดิม 0.236 Cd อันมาจากการออกแบบเสา A ใหม่ มือจับประตูแบบฝังเป็นแบบมาตรฐาน และเส้นสายใหม่ที่ให้ความสปอร์ตพริ้วยิ่งขึ้น รวมถึงล้อที่มีขนาดตั้งแต่ 18 ถึง 21 นิ้ว

หัวใจสำคัญของรถรุ่นนี้คือการมอบความกว้างขวางยิ่งขึ้นด้วยมิติตัวถถังใหม่ ประกอบด้วยความยาว 4,949 มม. กว้าง 1,880 มม. และสูง 1,468 มม. ซึ่งมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรถซาลูนสามกล่องแบบคลาสิก อีกทั้งยังได้ขยายฐานล้อเพิ่มจากเดิม 20 มม. เป็น 2,961 มม. พร้อมทั้งให้ความจุสัมภาระท้ายมาตรฐานมากถึง 540 ลิตร

สำหรับภายในนั้นมอบความโดดเด่นด้วยจอดิจิทัล MBUX Superscreen พร้อมผิวกระจกรองรับการสัมผัาแม้จะมีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับ MBUX Hyperscreen แต่จะมีความแตกต่างในด้านของการแสดงผลของตัวจอกลาง และจอฝั่งผู้โดยสารสี่เหลี่ยมผืนผ้าชัดเจน โดยช่องว่างที่เป็นกรอบจะเป็นวัสดุสีดำเงา และมีขนาดเล็กกว่า Hyperscreen เนื่องจากตัวเรือนไมล์จะแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

แต่ก็ทำให้ E-Class โฉมใหม่นี้มาพร้อมระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในด้วยระบบสัมผัสมากขึ้น, ระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และเทคโนโลยี AI เวอร์ชั่นใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ หรือผู้โดยสารเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวภายในรถ, ระบบ Anti-Travel Sickness ใน ENERGIZING COMFORT, ระบบ Digital Vehicle Key ที่รองรับการใช้งานได้กับ iPhone และ Apple Watch อันเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี KEYLESS-GO แต่ฟีเจอร์ Digital Vehicle Key จะมีเฉพาะแพ็คเกจพรีเมียมขึ้นไป

นอกจากนี้ MBUX ยังรองรับการทำงานแอปพลิเคชั่นได้หลากหลายขึ้น อาทิ เกม Angry Birds, ค้นหาเว็บผ่านเบราว์เซอร์ Vivaldi รวมถึงเทคโนโลยีโซเชียลมีเดียที่ตอบโจทย์คอนเทนต์ครีเอเคอร์ อาทิ กล้องหน้าบนคอนโซลกลาง พร้อมรองรับการตัดต่อ ตกแต่งภาพหรือคลิป และโพสลงโซเชียลมีเดีย เช่น Tiktok เป็นต้น แต่หากคุณไม่ใช่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ก็ยังรองรับการประชุมทางไกลผ่านโปรแกรม Webex หรือ Zoom

และตัวกล้องหน้าเองก็สามารถติดตั้งระบบตรวจจับความผิดปกติของผู้ขับขี่ ATTENTION ASSIST แบบ 3 มิติ ในฐานะอุปกรณ์เสริม ไม่เพียงแต่สามารถตรวจจับสัญญาณของไมโครสลีปเท่านั้น แต่สามารถตรวจจับสายตาของผู้ขับขี่ไม่ได้จดจ่ออยู่ที่ถนนเป็นเวลาหลายวินาที รวมถึงสามารถตรวจจับสิ่งรบกวน และเตือนผู้ขับขี่ได้ทั้งทางเสียง และทางสายตา และหากเพิกเฉย ก็จะทำการหยุดรถฉุกเฉินอย่างนุ่มนวล

ด้านคุณสมบัติอื่น ๆ ได้แก่ ไฟสร้างบรรยากาศ Active Ambient Lighting ที่มีทั้งตั้งค่าเฉดสีด้วยตัวเอง ไปจนถึงการซิงค์ร่วมกับเพลงที่เปิดฟังผ่านชุดเครื่องเสียง Burmester

ด้านระบบขับเคลื่อน ได้มีการปรับปรุงขุมพลังไฮบริดใหม่ทั้งรุ่นเบนซิน และดีเซล ด้วยการปรับปรุงมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อให้กำลังเพิ่มขึ้นจาก 15 เป็น 17 กิโลวัตต์ และแรงบิดเพิ่มให้สูงถึง 205 นิวตันเมตร ผสานด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสตาร์ทเตอร์ในตัว (ISG) และแบตเตอรี่ความจุใหม่ เพื่อมอบสมรรถนะในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้นขณะที่เครื่องยนต์นั้นยังคงใช้เครื่องยนต์รุ่นปัจจุบันอยู่ แต่ก็ช่วยให้สามารถรีดสมรรถนะได้ดีขึ้นกว่าเดิม

E-Class ใหม่มาพร้อมกับแพ็คเกจเทคโนโลยีเป็นตัวเลือก ซึ่งรวมถึงระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIRMATIC รอบด้านพร้อมระบบลดแรงสั่นสะเทือน ADS+ ที่ปรับได้อย่างต่อเนื่อง และพวงมาลัยสำหรับเพลาหลังที่มาพร้อมมุมบังคับเลี้ยวที่เพลาหลัง 4.5 องศา ซึ่งช่วยลดวงเลี้ยวได้ถึง 90 เซนติเมตร อีกทั้งยังมีแพ็คเกจระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ INTELLIGENT PARKING PILOT พร้อมฟังก์ชั่นการจอดรถระยะไกลให้ได้อัปเกรดเพิ่มเติมด้วย

The new E-Class เตรียมประกาศวันจำหน่ายและราคาในเร็ว ๆ นี้

เครดิตข้อมูลจาก motor1.com


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง