คัดลอก URL แล้ว

Toyota Prius ยนตรกรรมไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 5 สุดล้ำในทุกมิติ

Toyota Motor ประเทศญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัว All-New Toyota Prius ยนตกรรมขุมพลังไฮบริดที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ใหม่ ฟีเจอร์ใหม่ พร้อมยกระดับขุมพลังและช่วงล่างจากแพลตฟอร์ม TNGA เจนเนอเรชั่นที่สอง

แม้ตัวถังรถจะยังคงรูปทรง Monoform Silhouette แต่จะมาพร้อมกับฐานล้อที่ยาวขึ้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง และล้อขนาด 19 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้นเป็นขนาดมาตรฐาน พร้อม ๆ กับการออกแบบตัวถังที่มอบความไดนามิก ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นแถบไฟ Daylight LED หรือแม้แต่ไฟหน้าที่ออกแบบรับกับกระจังหน้าเซาะร่อง ไฟท้าย LED พร้อมขอบสีดำเงา เป็นต้น

สำหรับภายในก็ได้มีการปรับดีไซน์เพื่อยกระดับความกว้างขวาง ล้ำสมัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม อาทิ จออินโฟเทนเมนต์ขนาด 12.3 นิ้ว, เรือนไมล์จอดิจิทัลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว, การตกแต่งโทนสมปอร์ต พร้อมแทรกไฟ LED ในแผงคอนโซลหน้า เป็นต้น

Toyota Prius โฉมใหม่ มาพร้อมแพลตฟอร์ม TNGA เจนเนอเรชั่นที่สอง ซึ่งยังได้นับการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมระบบกันสะเทือนที่ปรับปรุงใหม่ อาทิ ระบบกันสะเทือนล้อหน้าแบบสปอร์ต แมคเฟอร์สันสตรัท และดับเบิลวิชโบนที่ล้อหลัง ซึ่งจะช่วยตอบสนองต่อการเกาะถนนดีขึ้นเมื่อเลี้ยว และให้ความสเถียรภาพที่ดีกว่าเดิมเมื่อวิ่งทางตรง

Toyota Prius โฉมใหม่ สเปคญี่ปุ่น จะมีขุมพลังให้เลือก 2 แบบหลัก ได้แก่ รุ่น PHEV ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินสี่สูบ Dynamic Force 2.0 ลิตร จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเพื่อให้กำลังรวม 220 แรงม้า ซึ่งยังมาพร้อมประสิทธิภาพการขับขี่ด้วย EV เพียงอย่างเดียวที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50%

และรุ่นขุมพลังไฮบริด Series Parallel Hybrid ซึ่งจะมีตัวเลือกขุมพลังย่อยทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร และ 2.0 ลิตร ซึ่งจะให้กำลังสูงสุด 193 แรงม้า และเฉพาะรุ่นนี้จะได้รับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four ควบคู่ด้วย

ตัวรถยังมาพร้อมแผงโซลาร์เซลล์สำหรับชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายระยะทางในการเดินทางได้ไกลสูงสุด 1,250 กม. / ปี รวมถึงสามารถกักเก็บพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อใช้งานระบบปรับอากาศ และฟังก์ชันอื่น ๆ อีกด้วย

สำหรับระบบความปลอดภัยนั้นแน่นอนว่าจะได้รับ Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกล้องหน้า, กล้องหลังที่ฉายผ่านจอกระจกมองหลัง และเครื่องบันทึกการขับขี่ในรถยนต์ รวมถึงระบบ Toyota Teammate ยังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และ Advanced Park พร้อมฟังก์ชั่นสั่งการรถจากระยะไกล ที่ช่วยควบคุมรถให้เข้าและออกจากที่จอดรถในระยะไกลได้ แต่คาดว่าจะมีเฉพาะในบางรุ่น บางเกรดเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ปลั๊กพ่วง 100 VAC / 1,500 W จำนวน 2 ชุด ที่สามารถตั้งค่าเลือกโหมดดึงพลังงานได้สองโหมด ได้แก่ โหมดจ่ายไฟสู่อุปกรณ์พ่วงจากแบตเตอรีเท่านั้น และโหมดจ่ายไฟภายนอก HEV ที่จะเปิดระบบทำงานของเครื่องยนต์เพื่อปั่นไฟในกรณีปริมาณแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ

กำหนดการจำหน่าย Toyota Prius รุ่น HEV ในฤดูหนาวปีนี้ ส่วนรุ่น Toyota Prius PHEV จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2023

เครดิตข้อมูล carscoops.com