คัดลอก URL แล้ว
News Jeep

Jeep ขนทัพ SUV EV รุ่นใหม่ ตอกย้ำเป้าหมายจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

คลิปประกอบจาก Jeep

Jeep ประกาศเปิดตัวรถ SUV และรถออฟโรดขุมพลังไฟฟ้าในงานแถลงข่าวรอบปฐมทัศน์ Jeep 4ex Day ซึ่งประกอบด้วย Recon, Wagoneer S และ Avenger สำหรับเจาะตลาดยุโรป พร้อมตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์ EV ในอเมริกามากถึง 50% และตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรปสูงถึง 100% ภายในปี 2030

Jeep Avenger

เริ่มจาก All-New Jeep Avenger เอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับจำหน่ายในยุโรป ถูกพัฒนาบนพื้นฐานจากแพลตฟอร์ม STLA ใหม่ของ Stellantis อันเป็นส่วนหนึ่งในแผนระยะยาวของ Stellantis Dare Forward เมื่อต้นปีนี้

Jeep Avenger จะถูกสร้างในเมือง Tychy ประเทศโปแลนด์ ควบคู่ไปกับ Alfa Romeo และ Fiat SUV ที่ยังคงเป็นความลับ และจะเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบที่งาน Paris Motor Show และเริ่มเปิดจอง 17 ตุลาคมนี้ โดยจะวางตำแหน่งต่ำกว่ารุ่น Renegade

Jeep Avenger เป็นเอสยูวีขนาดเล็กดีไซน์โฉบเฉี่ยว ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองที่คล่องตัว และการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ทำได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งมีระบบขับเคลื่อนสองล้อ หรือสี่ล้อให้เลือก รวมถึงประสิทธิภาพการเดินทางได้ไกลถึง 400 กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

ด้านขุมพลังนั้นจะมีให้เลือกทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบหนึ่งตัว 95 แรงม้า (PS) หรือแบบคู่ (สมรรถนะยังไม่เปิดเผย) และจะมีรุ่นไฮบริดให้เลือกเพิ่มเติมในอนาคต

Jeep Recon

ขณะที่รถเอสยูวีและรถออฟโรดขุมพลังไฟฟ้าสำหรับจำหน่ายในอเมริกา ประกอบไปด้วย 3 รุ่นใหม่ เริ่มจาก All-New Recon ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถสายผจญภัยขนาดเล็กซึ่งจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถขนาดกะทัดรัด คล่องตัวทุกเส้นทาง

Recon เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม STLA ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยเหลือการขับขี่มากมายสำหรับสายลุย อาทิ Jeep Selec-Terrain traction management, เทคโนโลยีเพลา e-locker, หลังคาไฟฟ้าแบบสัมผัส ระบบ Infotainment Connect ของ Jeep รุ่นล่าสุด รวมถึงการ์ดใต้ท้องรถที่แข็งแรง วินซ์ และยางออฟโรดที่ดุดัน

ด้านข้อมูลทางเทคนิคเต็ม ๆ ของ Jeep Recon ยังไม่เปิดเผยในเวลานี้ แต่คาดว่าจะเริ่มเปิดสั่งจองล่วงหน้าภายในต้นปี 2023 เป็นต้นไป และเริ่มผลิตในปี 2024 โดยประมาณ

Jeep Wagoneer S

สำหรับรถรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งในฐานะเอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลางสุดหรู พร้อมดีไซน์สุดโมเดิร์น ล้ำสมัย รวมถึงการออกแบบที่สปอร์ตไดนามิก โฉบเฉี่ยวกว่าทุกผลิตภัณฑ์ของ Jeep ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างความหลากหลายของรูปลักษณ์และฟีเจอร์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว และคงไว้ซึ่งขุมพลังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดย Jeep Wagoneer S เป็นสมาชิกน้องใหม่ของตระกูล Wagoneer ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งรถรุ่นใหม่นี้ได้สร้างบุคลิกที่โดดเด่นเฉพาะตัว สมรรถนะที่น่าประทับใจ และคำว่า S มาจากภาษาอังกฤษ 3 คำ ได้แก่ หมายถึงความเร็ว (Speed) ดีไซน์โดดเด่น (Striking) และเซ็กซี่ (Sexy)

ความน่าสนใจอยู่ที่กระจังหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า 7 ช่องที่ถูกตีความการดีไซน์ใหม่ พร้อมวัสดุที่อ้างว่าเป็นสแตนเลสสตีลที่ให้ภาพลักษณ์หรูล้ำขึ้น แต่ยังคงสร้างการจดจำได้ดี พร้อมไฟ LED เรืองแสงเพิ่มความสง่างาม และยังเชื่อมกับไฟ Daylight อีกด้วย, กันชนหน้าดีไซน์ล้ำ พร้อมช่องไอดีที่ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนโครเมียม หรือทองแดง, ล้ออัลลอยขนาดใหญ่

กระจกหน้าต่างสะท้อนความพรีเมียมพร้อมเสริมแถบโครเมียมตรงหน้าต่างลากยาวถึงเสา, รวมถึงสปอยเลอร์ท้ายขนาดใหญ่ และไฟท้าย LED พาดกลางท้ายรถ

หากรูปลักษณ์ยังทำให้คุณประทับใจ ด้านสมรรถนะนั้นแรงไม่แพ้ใคร ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ สมรรถนะ 608 แรงม้า (PS) ให้อัตราเร่งจาก 0-97 กม./ชม. ประมาณ 3.5 วินาที คล้ายกับ Jeep Grand Cherokee Trackhawk ที่ใช้ขุมพลัง Hellcat พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงตั้งเป้าการทำระยะทางได้ไกลสุด 644 กม./ชาร์จเต็ม 1 ครั้งอีกด้วย

Jeep Wagoneer S มีแพลนเริ่มผลิตและจัดจำหน่ายในปี 2024 เป็นต้นไป

Jeep ELECTRIFIELD 4xe

ปิดท้ายด้วยเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหญ่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่แข็งแร่ง และหรูหราเหนือระดับ พร้อมประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่นำพารถให้วิ่งได้ไกลกว่า 804 / ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งรายละเอียดที่เหลือยังไม่เปิดเผยในเวลานี้ แต่คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในปี 2025 เป็นต้นไป

และในอนาคตจะมีการพัฒนาเปิดเผยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ เพิ่มเติมในอนาคต แฟน ๆ รถจี๊ปพลังไฟฟ้าพบกันเร็ว ๆ นี้

เครดิตข้อมูลจาก carscoops.com 1, 2, 3