คัดลอก URL แล้ว
Mercedes-AMG E 63 S Final Edition รุ่นส่งท้ายเครื่อง V8 เพียง 999 คันทั่วโลก

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition รุ่นส่งท้ายเครื่อง V8 เพียง 999 คันทั่วโลก

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

Mercedes-AMG เผยโฉม Mercedes-AMG E 63 S 4Matic+ ‘Final Edition’ รุ่นส่งท้ายเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ และ E-Class รุ่นปัจจุบัน โดยจะมีให้เลือกทั้งรุ่นตัวถังซีดาน และเอสเตท พร้อมผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 999 คันเท่านั้น

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกที่มาพร้อมกับตัวถังสีเทา Matte Graphite Grey Magno, ล้อฟอร์จขนาด 20 นิ้ว, โลโก้ Afalterbach บนเสา C, ลายดีคอลแบบพิเศษบริเวณข้างประตู

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

ควบคู่กับการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำเงาจาก AMG Night Package ที่ช่วยเสริมลุคของตัวถังสีเทาด้านให้สปอร์ตดุดันยิ่งขึ้น แต่ลูกค้าสามารถเลือกอัปเกรดเป็นแพ็คเกจ Carbon Packages I และ II ได้ หากต้องการชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์แทน

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

เข้าสู่ห้องโดยสาร จะพบกับการตกแต่งที่เอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้น เริ่มจากไฟ LED ฉายโลโก้ AMG ตรงใต้ประตู, แผ่นรองธรณีประตูแบบเรืองแสง, เบาะ AMG Performance Seat Package พร้อมระบบปรับด้วยไฟฟ้าและระบบอุ่นหลัง หุ้มหนัง AMG Nappa สีดำ เดินตะเข็บด้ายสีเหลือง

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

ซึ่งหนัง Nappaสีดำ ตะเข็บด้ายสีเหลือง ยังปรากฎบนแผงคอนโซลหน้า, พวงมาลัย AMG Performance หุ้ม Dinamica microfiber, ชิ้นส่วนตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์, พรม AMG และป้ายลำดับการผลิตแบบพิเศษ

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

สำหรับขุมพลังแน่นอนว่าได้ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 612 แรงม้า (PS) แรงบิด 850 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4Matic+ พร้อม Drift Mode ล้อหลัง

Mercedes-AMG E 63 S Final Edition

Mercedes-AMG E 63 S 4Matic+ Final Edition จะผลิตเพียง 999 คัน เท่านั้น ครอบคลุมทั้งรุ่นซีดาน และเอสเตท ส่วนราคาจะระบุในเร็ว ๆ นี้ โดยลูกค้าที่ซื้อรถจะได้ผ้าคลุมรถแบบพิเศษด้วย ด้วยจำนวนกว่า 999 คัน อาจจะมีโอกาสสูงมากที่จะได้ลุ้นเข้าไทยในจำนวนจำกัด

ทั้งนี้ E-Class โฉมใหม่ และ AMG รุ่นใหม่ในอนาคต จะใช้เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ให้สมรรถนะสูงกว่า และคายไอเสียน้อยกว่า

เครดิตข้อมูลจาก carscoops.com