หลายคนเชื่อว่าการมี ไขมันดี (HDL) ยิ่งสูงยิ่งช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ดี แต่ในความเป็นจริง “อะไรที่มากเกินไปย่อมไม่ดี” เพราะหากค่า HDL พุ่งสูงเกินเกณฑ์ปกติ มันอาจกลายเป็นดาบสองคมที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบในหลอดเลือดได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
ไขมันในร่างกายเรามาจากไหนบ้าง
ไขมันในกระแสเลือดไม่ได้มาจากอาหารที่เรากินเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งแหล่งที่มาได้ดังนี้:
ตับผลิตเอง: ประมาณ 70-80% ของไขมันทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยตับของเรา
อาหารที่กิน: อีกประมาณ 20% มาจากอาหารที่เราเลือกรับประทานในแต่ละวัน
หน้าที่ของ HDL ทำไมถึงเรียกว่า “ไขมันดี”?
HDL (High-Density Lipoprotein) ทำหน้าที่เสมือน “รถเก็บขยะ” ที่คอยวิ่งไปเก็บกวาดไขมันเลว (LDL) ออกจากผนังหลอดเลือดแล้วส่งกลับไปกำจัดที่ตับ นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ปกติ
ค่า HDL เท่าไหร่ถึงจะสมดุล?
เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ควรมีระดับไขมันดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คือ
ผู้ชาย: ควรมีค่าอยู่ระหว่าง 40-60 mg/dL
ผู้หญิง: ควรมีค่าอยู่ระหว่าง 50-60 mg/dL
สัญญาณอันตราย! เมื่อ HDL สูงเกิน 80 mg/dL
หากผลตรวจเลือดของคุณโชว์ค่า HDL มากกว่า 80 mg/dL อย่าเพิ่งดีใจ! เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายมีปัญหาในการเผาผลาญไขมัน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้
- กรรมพันธุ์: มีคนในครอบครัวมียีนที่สร้าง HDL มากผิดปกติ
- ผู้ป่วยเบาหวาน: บางครั้งค่า HDL สูงแต่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
- ปัญหาที่ตับและถุงน้ำดี: ระบบเผาผลาญไขมันทำงานช้ากว่าปกติ ทำให้ไขมันตกค้างและเกิดการอักเสบ
การมีสุขภาพดีไม่ได้แปลว่าต้องมีค่าใดค่าหนึ่งสูงที่สุด แต่คือการรักษาความสมดุล หากคุณพบว่าค่าไขมันดีสูงผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดว่านั่นคือไขมันดีที่มีคุณภาพ หรือเป็นเพียง “ไขมันหลอกดี” ที่กำลังรอจังหวะทำร้ายสุขภาพคุณอยู่
ติดตามสาระสุขภาพดีๆ ในรายการ
Health Hacks
ดูย้อนหลังได้ที่แอป Monomax