“ปิดมือถือเดี๋ยวนี้! เดี๋ยวฟ้าก็ผ่าลงมาหรอก!”
ประโยคคลาสสิกที่หลายคนต้องเคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ดุเสียงดังทุกครั้งที่มีเสียงฟ้าร้อง จนต้องรีบวางมือถือแทบไม่ทัน ความเชื่อนี้ถูกส่งต่อกันมานานจนหลายคนฝังใจ แต่ความจริงแล้ว สมาร์ทโฟนในมือคือ “สายล่อฟ้า” อย่างที่เขาว่ากันจริงหรือเปล่า?
ความจริงคือ: “มือถือไม่ใช่สื่อล่อฟ้า”
การใช้งานโทรศัพท์มือถือขณะฝนตกไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการถูกฟ้าผ่า โดยมีเหตุผลรองรับดังนี้:
- วัสดุและสัญญาณ: มือถือในปัจจุบันทำจากพลาสติก แก้ว หรือโลหะในปริมาณที่น้อยมาก และคลื่นวิทยุ (4G/5G/Wi-Fi) ไม่ใช่พลังงานในรูปแบบที่จะดึงดูดประจุไฟฟ้าจากก้อนเมฆลงมาได้
- ความเข้าใจผิดเรื่องโลหะ: ฟ้าผ่าจะเลือกผ่าลงที่สูงเด่นหรือวัตถุที่นำไฟฟ้าได้ดีที่สุดในบริเวณนั้น เช่น ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟ หรืออาคารสูง แม้จะไม่ได้ถืออะไรเลย แต่ถ้าไปยืนเด่นอยู่กลางที่โล่ง ร่างกายมนุษย์นั่นแหละคือจุดเสี่ยงที่สุด
ยืนยันด้วยผลทดสอบและข้อมูลจากสถาบันชั้นนำ
ในต่างประเทศ รายการดังอย่าง MythBusters เคยทดลองใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงสูงจำลองสถานการณ์ฟ้าผ่า ซึ่งผลปรากฏว่าการเปิดเครื่องหรือใช้สายมือถือ ไม่มีผล ต่อทิศทางของฟ้าผ่าเลย
สำหรับในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสถาบันยืนยันข้อมูลนี้เพื่อความสบายใจ
- ดร.คมสัน เพ็ชรรักษ์ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย): ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบุว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากมือถือมีกำลังส่งต่ำมาก ไม่สามารถทำให้อากาศแตกตัวจนกลายเป็นทางเดินของสายฟ้าได้
- ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center): ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ข่าวเรื่องการเล่นมือถือแล้วทำให้ฟ้าผ่าเป็น “ข่าวปลอม”
- สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT): อธิบายว่ากลไกการเกิดฟ้าผ่าเป็นการเดินทางของประจุไฟฟ้าในระยะทางหลายกิโลเมตร พลังงานจิ๋วจากมือถือไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางของสายฟ้าได้
สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือ “การชาร์จไฟ”
แม้ตัวเครื่องเปล่าๆ จะไม่ล่อฟ้า แต่ประโยคเตือนใจเรื่อง “อย่าเล่นตอนฝนตก” ก็มีส่วนที่ควรฟังอยู่หากกำลัง “เสียบปลั๊กชาร์จไฟ”
กระแสไฟกระชาก: หากฟ้าผ่าลงที่สายไฟนอกบ้าน กระแสไฟฟ้ามหาศาลจะวิ่งมาตามสายไฟเข้าสู่ตัวบ้าน
อันตรายถึงชีวิต: หากชาร์จมือถือทิ้งไว้และใช้งานอยู่ กระแสไฟที่เกินขนาดอาจวิ่งผ่านสายชาร์จเข้าสู่ตัวเราได้โดยตรง ซึ่งนี่คือสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุส่วนใหญ่
สรุป
เราสามารถไถฟีดโซเชียลหรือคุยโทรศัพท์ตอนฝนตกได้ ถ้าอยู่ในอาคารที่มิดชิดและไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ ส่วนความเชื่อเรื่องมือถือล่อฟ้าที่เป็นประโยคติดหูมาตั้งแต่เด็ก เป็นเพียงความเข้าใจผิดที่ส่งต่อกันมาด้วยความเป็นห่วง สิ่งที่ต้องระวังที่สุดไม่ใช่ตัวเครื่อง แต่คือการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะพายุมาต่างหาก
แหล่งอ้างอิง:
- ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center Thailand)
- ห้องปฏิบัติการวิจัยแรงดันสูง คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA)
- Discovery Channel: MythBusters – Lightning Myths