โลกกำลังเผชิญหน้ากับภัยสุขภาพครั้งใหม่ที่น่ากังวล เมื่อรัฐบาลอินเดียประกาศมาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) หลังพบผู้ติดเชื้อในรัฐเวสต์เบงกอล และมีการกักตัวประชาชนเกือบ 100 คนที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยคาดว่าสาเหตุมาจาก ค้างคาวกินผลไม้ซึ่งเป็นพาหะตามธรรมชาติ การกลับมาของเชื้อร้ายนี้ในรอบ 19 ปี ทำให้ทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมันถูกจัดว่าอันตรายยิ่งกว่าโควิด-19 และยังไร้วัคซีนรักษา
ไวรัสนิปาห์คืออะไร?
- เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีค้างคาวกินผลไม้ เป็นพาหะตามธรรมชาติ
- สามารถแพร่ผ่านหมู หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อโดยตรง
- ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเชื้ออันตรายอันดับต้น ๆ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียารักษาเฉพาะทาง
ความร้ายแรงของโรค
- อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% – 75% ซึ่งมากกว่าโควิด-19 หลายเท่า
- ระยะฟักตัวเฉลี่ย 4–14 วัน แต่บางกรณีอาจนานถึง 45 วัน ทำให้ตรวจคัดกรองได้ยาก
- หากเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท อาจทำให้เกิด สมองอักเสบเฉียบพลัน และผู้ป่วยสามารถทรุดหนักจนเข้าสู่ภาวะโคม่าได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง
อาการของผู้ติดเชื้อ
- เริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่: มีไข้สูง, ปวดศีรษะ, ไอ, เจ็บคอ
- อาการรุนแรง: มึนงง, สับสน, สมองอักเสบ, โคม่า
- ผู้ป่วยบางรายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียู
การระบาดในอินเดีย
- มกราคม 2026: พบผู้ติดเชื้อ 5 รายในรัฐเวสต์เบงกอล
- มีประชาชนเกือบ 100 คนถูกกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ
- ผู้ป่วยยืนยันรวมถึงแพทย์และพยาบาล โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว
- ถือเป็นการกลับมาระบาดครั้งสำคัญในพื้นที่ในรอบ 19 ปี หลังจากครั้งล่าสุดในปี 2007
WHO และนักวิทยาศาสตร์เตือน-ข้อควรระวัง
- WHO ย้ำว่าไวรัสนี้เป็นหนึ่งในเชื้อที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด
- นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเชื้ออาจอยู่ร่วมกับค้างคาวผลไม้มานานนับพันปี
- มีความเสี่ยงที่เชื้อจะกลายพันธุ์จนแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
วิธีป้องกันเบื้องต้น
- หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยกัดของสัตว์
- ไม่ควรบริโภคอินทผลัมสดที่อาจปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะจากค้างคาว
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วยในพื้นที่ที่มีการระบาด
- รักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
การกลับมาของ ไวรัสนิปาห์ ในอินเดียครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้โลกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเชื้อมีความร้ายแรงสูงและยังไร้วัคซีนรักษา การป้องกันและการเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดที่อาจกลายเป็นวิกฤตระดับโลกอีกครั้ง
อ้างอิงข้อมูลจาก independent, financialexpress, telegraph,. express.co.uk, Army Military Force