คัดลอก URL แล้ว
บิ๊กเล็กคุยเตีย เซยฮา หยุดยิงใส่พื้นที่พลเรือน หวั่นกัมพูชาจัดฉากใส่ร้ายไทย

บิ๊กเล็กคุยเตีย เซยฮา หยุดยิงใส่พื้นที่พลเรือน หวั่นกัมพูชาจัดฉากใส่ร้ายไทย

รมว.กลาโหมไทยเผยเหตุปะทะชายแดนเป็นการยั่วยุ ตั้งข้อสังเกตกัมพูชาดึงพลเรือนขึ้นหน้าเพื่อกดดันไทย ย้ำหน่วยหน้าใช้กฎการใช้กำลังได้ทันที ไม่ต้องรอ ผบ.ทบ. พร้อมขอผู้รู้–ทหารเก่า ระวังให้สัมภาษณ์เพราะศัตรูต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลได้ไทยค้านยิงพื้นที่พลเรือน เชื่อเป็นการยั่วยุ “จัดฉากให้ไทยเป็นผู้รุก”

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังเกิดเหตุทหารกัมพูชายิงเข้ามาฝั่งไทยในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ว่าไทยจำเป็นต้องตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง เพราะฝ่ายตรงข้ามยิงมาระดับบุคคล ไม่ใช่ยิงขึ้นฟ้าเหมือนเหตุการณ์ก่อนหน้า อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวมีพลเรือนอาศัยอยู่ ซึ่งไม่ควรถูกนำมาเกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่ากัมพูชาทราบดีว่าเป็นเขตพลเรือน แต่ยังคงปฏิบัติการ จึงมีเหตุผลให้เชื่อว่าต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อให้ดูเหมือนตนเป็นฝ่ายถูกกระทำ

พล.อ.ณัฐพลเผยว่าได้โทรศัพท์หารือ พล.อ.เตีย เซยฮา รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา เพื่อให้ยุติการกระทำในพื้นที่พลเรือน แม้ฝ่ายกัมพูชาจะปฏิเสธเจตนา แต่ไทยมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับรูปแบบเดิม คือการดึงประชาคมโลกเข้ามากดดันไทยผ่านประเด็น “พลเรือนบาดเจ็บ–เสียชีวิต” ที่อ้างว่ามี 3 บาดเจ็บ 1 เสียชีวิต ทั้งที่ไทยไม่ได้พบการมีอยู่ของพลเรือนในจุดเกิดเหตุ และพบหลักฐานรอยกระสุนที่บังเกอร์ยืนยันการถูกยิงเข้ามา

ย้ำหน่วยหน้า “ตัดสินใจตอบโต้ได้ทันที” ไม่ต้องรอ ผบ.ทบ.

รัฐมนตรีกลาโหมระบุว่าขณะนี้ไทยระงับการปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพแล้ว และจะไม่มีการประชุมจีบีซีทั้งในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากไม่เกิดผลคืบหน้าและฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง โดยให้กระบวนการทางการทูตดำเนินต่อผ่านกลไกรัฐบาล ส่วนคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) จะตรวจสอบเหตุการณ์ตามกรอบอาเซียนที่ตกลงร่วมกัน

เขาย้ำว่าหน่วยระดับปฏิบัติการที่แนวหน้า เช่น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ สามารถใช้กฎการใช้กำลังตอบโต้ได้ทันที ไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้บัญชาการทหารบกหรือผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อคุ้มครองดินแดนไทยตามกฎหมาย และเพื่อความปลอดภัยของทหารในพื้นที่ ขณะเดียวกันยังขอให้สื่อ พิธีกร และผู้รู้ด้านทหาร “ระวังการให้ข้อมูล” เพราะฝั่งกัมพูชากำลังต่อจิ๊กซอว์จากสิ่งที่ถูกพูดในสาธารณะ ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงให้กำลังพลในแนวหน้าได้

ฝ่ายไทยเพิ่มความเด็ดขาด รอท่าทีเขมรคลี่คลายสถานการณ์

สำหรับความกังวลของประชาชนว่าอาจมีเหตุบานปลาย รัฐมนตรีกลาโหมระบุว่าแม้ไทยใช้แนวทางสันติมาตลอด แต่ขณะนี้จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการที่เด็ดขาดขึ้นหลังมีการยิงเข้ามาในเขตอธิปไตยไทย โดยย้ำว่าความคืบหน้าในพื้นที่ชายแดนขึ้นอยู่กับท่าทีของฝ่ายกัมพูชาว่าต้องการคลี่คลายหรือไม่ ส่วนเรื่องการผลักดันแรงงานกัมพูชาที่ใบอนุญาตหมดอายุ 90,000 คน ยังไม่มีการหารือระหว่างกระทรวงแรงงานและฝ่ายความมั่นคง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง