ภายหลังจากเหตุการณ์การเหยียบกับระเบิดของทหารไทยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา จนทำให้ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 5 นาย นำไปสู่การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-กัมพูชาลง
ล่าสุด โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทหารไทย 5 นายบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดในจังหวัดพระวิหาร
โดยชี้แจงว่า เป็นระเบิดเก่าที่ตกค้างจากสงคราม ซึ่งกัมพูชาได้เคยเตือนฝ่ายไทยหลายครั้งแล้วให้ระมัดระวัง และให้ใช้เส้นทางลาดตระเวนตามข้อตกลง (MOU 2000)
แถลงการณ์ยังระบุว่าน่าเศร้าที่ไทยไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของตน แต่กลับมากล่าวหากัมพูชา พร้อมยืนยันว่าแม้จะต้องการสันติวิธี แต่ก็ พร้อมปกป้องอธิปไตยของตนเองอย่างถึงที่สุด

คำแปลแถลงการฉบับเต็ม :
กรุงพนมเปญ, วันที่ 23 กรกฎาคม 2025: ท่านผู้หญิง พลโทหญิง มาลี สุชาตา รัฐเลขานุการและโฆษกกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ประกาศปฏิเสธโดยสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาอันปราศจากมูลความจริงของฝ่ายไทยที่กล่าวหามายังกัมพูชา เกี่ยวพันกับการบาดเจ็บของทหารไทยจากเหตุการณ์ระเบิดของทุ่นระเบิด ณ หมู่บ้านอานม้า ตำบลจอมกระสานต์ อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ราชอาณาจักรกัมพูชา ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2025
กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอประกาศปฏิเสธโดยสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาอันปราศจากมูลความจริงของฝ่ายไทย ที่เกี่ยวพันกับการบาดเจ็บของทหารไทยจำนวน 5 นาย จากเหตุการณ์ระเบิดของทุ่นระเบิด ณ หมู่บ้านอานม้า ตำบลจอมกระสานต์ อำเภอจอมกระสานต์ จังหวัดพระวิหาร ราชอาณาจักรกัมพูชา ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2025
กัมพูชาได้ทำการย้ำเตือนฝ่ายไทยอยู่หลายครั้งหลายคราเสมอมาว่า พื้นที่เหล่านี้ยังคงมีทุ่นระเบิดซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากสงครามอยู่เป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการเก็บกู้จนหมดสิ้น และได้กระตุ้นให้ฝ่ายไทยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ขัดแย้งต่อข้อตกลงร่วมกันในการใช้เส้นทางลาดตระเวน ดังที่ได้ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจปี 2000 (MOU 2000)
เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยไม่เพียงแต่ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำอันเป็นการรุกรานของตนเอง แต่ยังกลับมากล่าวหากัมพูชาว่าได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งที่กัมพูชาเองเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมจากการละเมิดกฎหมายของไทย
กระทรวงกลาโหมและกองโยธพลเขมรภูมินท์ (กองทัพกัมพูชา) จะยังคงปฏิบัติตามการตัดสินใจของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี สอดคล้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ และได้เตรียมความพร้อมแล้วที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความปลอดภัยของประชากรชาวกัมพูชา โดยจะไม่อนุญาตให้ประเทศใดมารุกรานบนแผ่นดินของตนเองได้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม