เมื่อวานนี้ (22 ม.ค.) ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐฯ แถลงข่าวว่า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ดีเดย์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา สูงสุด 25% พร้อมบอกว่าจีนและประเทศอื่นๆ ยังไม่มีแผน โดยเฉพาะจีนอาจมีเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเสียก่อน
แต่ล่าสุด ผู้นำสหรัฐฯ แถงข่าวรอบใหม่อีกครั้ง พร้อมเปรยว่า สินค้านำเข้าจากจีนจะต้องเผชิญกับการขึ้นภาษี 10% โดยจะมีผลพร้อมกับเม็กซิโก และแคนาดา โดยอ้างว่าจีนไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหายาเสพติด หลังพบว่าจีนยังส่งออก “เฟนทานิล” ไปเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ด้วยว่า “สหภาพยุโรป” ก็อาจเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าใหม่เช่นกัน เพื่อชดเชยที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามหาศาลกับกลุ่มสหภาพยุโรปมาอย่างยาวนาน
ซึ่งความเคลื่อนไหวของทรัมป์ล่าสุดนี้ ส่งผลให้หุ้นจีนและฮ่องกง เกิดอาการผวาไปตามๆ กัน โดยดัชนีหุ้นบลูชิพ CSI 300 ลดลงไป 1.1% ในการซื้อขายบนตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และถือว่าลงแรงที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ ส่วนดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.9% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปรับลดลง 1.5% ซึ่งถอยกลับมาจากการปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 1 เดือน