เปรี้ยงหรือแป้ก – เหล้าเก่าในขวดใหม่ – กระแสโหยหาอดีตในซีรีส์อเมริกัน
เปรี้ยงหรือแป้ก – เหล้าเก่าในขวดใหม่ – กระแสโหยหาอดีตในซีรีส์อเมริกัน

เปรี้ยงหรือแป้ก – เหล้าเก่าในขวดใหม่ – กระแสโหยหาอดีตในซีรีส์อเมริกัน

เปรี้ยงหรือแป้ก – เหล้าเก่าในขวดใหม่ – กระแสโหยหาอดีตในซีรีส์อเมริกัน

ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยสำหรับการนำวรรณกรรม ภาพยนตร์ รวมถึงตังทีวีซีรีส์เอง กลับมาสร้างใหม่เป็นซีรีส์ได้เรื่อยๆในอเมริกัน แต่จะมีสักกี่เรื่องที่อยู่รอดปลอดภัยจนได้มีซีซั่นใหม่ต่อไปเรื่อยๆ มาดูกันดีกว่าว่าในบรรดาซีรีส์ต่อไปนี้ที่คุณจะได้ชมกันข้ามปีบนฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรีส์ดังมากที่สุดอย่างช่อง MONO29 เรื่องไหนจะเปรี้ยง และเรื่องไหนจะแป้ก!!

 

 

  1. Queen Sugar

จากวรรณกรรมในชื่อเดียวกันนี้ของ Natalie Baszile สู่ซีรีส์ช่อง OWN อันเป็นสถานีโทรทัศน์ของพิธีกรสาวผิวสีคนดัง Oprah Winfrey ดังนั้น คงเดาได้ไม่ยากเลย ว่าทำไมเธอถึงอำนวยการสร้างเรื่องราวชีวิตล้มลุกคลุกดินฟาร์มของ โนว่า สาวผิวสีในแวดวงสื่อ กับ ชาร์ล็อต ลูกพี่ลูกน้องสาวบ้านแตก และ ราล์ฟ น้องชายที่เพิ่งออกจากคุกของเธอ

 

 

  1. Emerald City

เมืองมรกตของพ่อมดออซในวรรณกรรมเรื่อง The Wonderful Wizard of Oz ของ L. Frank Baum ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ทั้งละครเวที ละครวิทยุ และภาพยนตร์ดัง อาทิ The Wizard of Oz (1939) ที่ได้ Judy Garland มารับบทตัวดำเนินเรื่องหลักอย่าง โดโรที รวมถึงเวอร์ชั่นผิวสีอย่าง The Wiz (1978) ที่ได้ Diana Ross มาเป็นโดโรที และ Michael Jackson เป็นหุ่นไล่กา หรือแม้แต่เวอร์ชั่นตีความใหม่อย่าง Oz the Great and Powerful (2013) ที่นำแสดงโดย James Franco และ Mila Kunis แต่สำหรับ Emerald City นั้นจะเป็นเรื่องราวของโดโรทีตอนอายุ 20 ที่ดาร์คสุดขั้ว และมีเพียง 10 ตอนจบเท่านั้น ใครที่ชอบการรอคอย ไม่อยากอารมณ์ค้าง ต้องห้ามพลาด

 

 

  1. Taken

จากผู้กำกับชาวฝรั่งเศสชื่อดัง Luc Besson (Taxi, Transporter, Taken, The Fifth Element, Nikita) แอ็คชั่นและการไล่ล่าที่เข้มข้นทุกตอนไม่แพ้ Taken ฉบับหนังไตรภาค นำแสดงโดย Liam Neeson แต่ฉบับซีรี่ส์ ได้ Clive Standen นักแสดงนำจาก Vikings ซีรีส์ดังของเกาะอังกฤษ มารับบท ไบรอัน มิลส์ ในวัยหนุ่ม อดีตทหารผ่านศึกที่ตั้งใจจะเริ่มชีวิตใหม่ แต่พอมีผู้ก่อการร้าย และน้องสาวของเขาต้องสังเวยชีวิตจากการเป็นแค่ลูกหลงที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เขาก็รับข้อเสนอขององค์กรลับเพื่อที่จะตามล่าล้างแค้นทันที ร่วมด้วย Jennifer Beals จากหนังเพลงในตำนานอย่าง Flashdance และซีรีส์ Proof

 

 

  1. Rush Hour

หนึ่งในภาพยนตร์โกอินเตอร์ของเฉินหลงที่ทำออกมาถึง 3 ภาค คราวนี้ถูกนำมาสร้างเป็นทีวีซีรีส์โดยเนื้อหาคล้ายเดิม เพิ่มเติมแค่คดีใหม่ๆและการปรับบุคลิกของตัวละครหลักอย่าง Justin Hires ในบทตำรวจผิวสีที่ Chris Tucker เคยแสดงไว้ ประกบนักแสดงนำจาก “Bangkok Revenge” และ “ต้มยำกุ้ง” อย่าง Jon Foo ในบทตำรวจฮ่องกงที่เฉินหลงเคยแสดงไว้ ไม่ต้องถามว่าเปรี้ยงหรือแป๊ก เพราะตั้งใจทำออกมาเพียง 13 ตอนจบอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องไปตัดสินเอาเองแล้วล่ะ

 

 

  1. Lethal Weapon

หลังจากที่ช่อง Fox ปล่อยตัวอย่างออกมา แฟนๆหนังยุค 80’s ต่างก็แซ่ซ้องสรรเสริญจน hashtag #LethalWeapon ติดเทรนด์ใน Twitter อยู่พักใหญ่ สำหรับเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจเท็กซัสและอดีตนาวิกโยธิน นามว่า มาร์ติน ริกส์ ที่ทนทุกข์ทรมานจากการสูญเสียภรรยาและลูกในอุบัติเหตุ เขาย้ายมาอยู่ที่นครลอสแอนเจลิสเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และที่นี่เขาได้พบกับคู่หูคนใหม่ โรเจอร์ เมอร์ทัค นักสืบแห่งกรมตำรวจลอสแอนเจลิส ที่เพิ่งฟื้นจากโรคหัวใจมาหยกๆ แต่ต้องมารับมือกับคู่หูบ้าพลัง แม้จะออกแนวหนึ่งคดีหนึ่งตอนแบบซีรีส์ตำรวจทั่วไป แต่จะตามติดชีวิตของตำรวจบ้าบิ่นที่กลับมาทำงานอีกครั้งหลังเสียภรรยาไป กับ Murtaugh Riggs ที่บ้าพลังชวนหัวใจวายได้ดีเหลือเกิน

ในแง่ของความสำเร็จ ซีรีส์ Lethal Weapon ซีซั่น 1 ที่เริ่มฉายตอนแรก ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2016 สามารถทำเรทติ้งซีรีส์ช่วงปลายปีได้ถึง 7.93 ล้านยอดชม สูงสุดในรอบสองปีที่ผ่านมาของช่อง Fox และทำเรทติ้งกลุ่มอายุ 18-49 ปี ได้ถึง 3.2 ตลอดซีซ่นแรกเฉลี่ยได้ถึงตอนละ 11 ล้านคน และเป็นซีรีส์ที่มีคนดูสูงที่สุดของ FOX ในรอบสองปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

Jordana Brewster ที่เล่นหนัง Fast and Furious มาแล้ว 5 ภาค และหนึ่งในนักแสดงนำของซีรีส์ Lethal Weapon เห็นว่าเนื่องจากมีการแข่งขันสูงมาก ทำให้ซีรีส์ที่มีชื่อเรื่องเคยสร้างเป็นหนังอยู่แล้วมีความได้เปรียบ เพราะคนดูรู้จักดีอยู่แล้ว

ส่วน Clayne Crawford ผู้รับบทเป็นตำรวจนักสืบ มาร์ติน ริกส์ ที่ Mel Gibson เล่นในฉบับภาพยนตร์ บอกว่า ซีรีส์ที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์ง่ายต่อการทำการตลาด ได้แก่ โปรโมตทางโปสเตอร์, เสื้อยืด, หมวก แต่ที่แตกต่างจากภาพยนตร์คือเขาอาจได้เล่นซีรีส์เรื่องนี้ต่อไปอีกสัก 4-5 ซีซั่นก็เป็นได้

 

 

  1. MacGyver

เรื่องสุดท้ายนี้ ไม่เชิงเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่แรก เพราะต้นฉบับเป็นทีวีซีรีส์ที่ออกอากาศอยู่ถึง 7 ฤดูกาล ระหว่างปี 1985 – 1992 และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ก่อนที่บุรุษที่แก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ด้วยการนำสิ่งของรอบตัวมาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ จะถูกรีบู๊ตใหม่อีกครั้ง โดย James Wan เจ้าของผลงานสุดมันส์อย่าง Fast 7 รับหน้าที่ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ร่วมกับ Henry Winkler ที่หวนกลับมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์จากเวอร์ชั่นต้นฉบับ

ด้านนักแสดงในเวอร์ชั่นนี้ได้ Lucas Till มารับบท แองกัส แม็คไกเวอร์ ในวัยมหาวิทยาลัย ที่ได้เข้ารับภารกิจขององค์กรลับในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยความสามารถที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงตามหาพ่อที่แท้จริงของเขาอีกด้วย

 

 

ติดตามชม Queen Sugar และ Emerald City ได้เร็วๆนี้

ติดตามชม Taken พยัคฆ์ร้ายระห่ำเดือด ปี 1 ได้ทุกวันอังคาร เวลา 11.00 น. เริ่ม 19 ธันวาคมนี้

ติดตามชม Rush Hour คู่ฟัด อัดเต็มสปีด ได้ทุกวันจันทร์ เวลา 11.00 น. เริ่ม 4 ธันวาคมนี้

ติดตามชม Lethal Weapon คู่มหากาฬ ซ่าสะท้านเมือง ได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 18.20 น.

และภาพยนตร์ต้นฉบับอย่าง Lethal Weapon 4 ริกก์ส คนมหากาฬ 4 วันพุธที่ 22 พฤศจิกายนนี้ เวลา 23.55 น.

ติดตามชม MacGyver แมคกายเวอร์ ยอดคนสมองเพชร ปี 1 ได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 14.00 น.

 

FaceBook Comment

Movie & Series Talk

เพิ่มเติม >>