วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง พร้อม นายศุภมิตร ลายทอง นายชัชชญา ขำจันทร์ และ นางสาวเกศรัชฎา กลั่นกรอง รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พร้อมด้วย นายสมบัติ หล้าพันธ์ และนายคณาธิป สพันธุพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ MEA ณ สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ย้ำความมั่นใจด้วยระบบไฟฟ้าสำรองและเทคโนโลยีอัจฉริยะ SCADA บริหารจัดการระบบระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองมหานคร โดยสถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ เป็นหัวใจสำคัญและจุดปลายทางของโครงการอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์บึงหนองบอน ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วมขังกว่า 85 ตารางกิโลเมตร ใน 4 เขตหลัก ได้แก่ ประเวศ สวนหลวง บางนา และพระโขนง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเมืองมหานคร โดย MEA ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมความมั่นคงด้านระบบไฟฟ้าให้กับสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และบ่อสูบน้ำ รวมกว่า 638 แห่ง ในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ

ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับคุณภาพและความมั่นคงของการจ่ายกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ฤดูฝนที่อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังฉับพลัน การลงพื้นที่สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันความพร้อมของระบบจ่ายไฟฟ้าหลักและระบบไฟฟ้าสำรอง ซึ่ง MEA ได้เชื่อมโยงระบบเข้ากับเทคโนโลยีบริหารจัดการควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ MEA สามารถตรวจสอบ แจ้งเตือน และสั่งการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การทำงานของเครื่องสูบน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ MEA ยกระดับความปลอดภัย ด้วยการเพิ่มความถี่และความสามารถในการใช้กล้องตรวจจับความร้อนหรือ Thermoscan ในการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า หม้อแปลง และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ภายในสถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อ เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขจุดเสี่ยงล่วงหน้าก่อนที่อุปกรณ์จะเกิดการชำรุดเสียหายจากความร้อนสะสมในช่วงที่ต้องเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง รวมถึง MEA ได้เตรียมพร้อมนำนวัตกรรมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ MEA Smart Metro Grid มารับมือกับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบจำหน่ายให้มีความมั่นคงและจ่ายไฟได้อย่าง แม้ในสภาวะที่มีฝนตกหนักหรือเกิดน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งประเมินและเฝ้าระวังการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือนและป้องกันเหตุไฟฟ้าขัดข้องล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยดำเนินการตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าในระบบจำหน่ายที่ครบอายุการใช้งานหรือเสื่อมสภาพ เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วไหลเมื่อเกิดความชื้น

ผู้ว่าการ MEA กล่าวเพิ่มเติมว่า MEA ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงและศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า เพื่อเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาฉุกเฉินร่วมกับศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้รวดเร็วที่สุด




1นอกจากนี้ MEA ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด หรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเหตุขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารหรือแจ้งเหตุได้ผ่านทาง Line: MEA Connect (@MEAthailand) สัญลักษณ์โล่สีเขียวนำหน้าชื่อบัญชีทางการ เลือกเมนู ติดต่อ MEA Call Center Online 1130 ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง และติดตามข่าวสารงานบริการของ MEA ผ่านทางเว็บไซต์ www.mea.or.th