คัดลอก URL แล้ว
สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ… เพราะการ “กลับบ้าน” ที่มีความหมาย คือการกลับไปให้ถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย

สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ… เพราะการ “กลับบ้าน” ที่มีความหมาย คือการกลับไปให้ถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย

สงกรานต์ เป็นเทศกาลแห่งความสุข ที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่คงไม่มีอะไรใจสลายไปกว่าการที่รอยยิ้มเหล่านั้นต้องมลายหายไป เพียงเพราะความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ดื่มแล้วขับ

ที่น่าตกใจคือ 1 ใน 3 (33%) ของผู้เสียชีวิตในช่วงนี้คือหัวหน้าครอบครัวหรือเสาหลักของบ้าน เมื่อเสาหลักล้มลงแล้วคนข้างหลังจะอยู่ต่ออย่างไร? พวกเขาจะแบกรับภาระที่ทิ้งไว้ไหวไหม? และเราจะเปลี่ยน “ความห่วงใยจากคนข้างหลัง” ให้กลายเป็นเกาะป้องกันอุบัติเหตุดื่มแล้วขับได้อย่างไร? สสส. ขอชวนทั้งคนขับและคนคอยมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ห้ากิโลเมตรสุดท้าย: กับดักความตายใกล้บ้านที่หลายคนประมาท

สถิติที่น่าเป็นห่วงคือ ความสูญเสียกว่า 59% เกิดขึ้นในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากที่พัก การออกไปฉลองใกล้บ้านมักนำไปสู่ความประมาท ทั้งการขับรถเร็ว การละเลยไม่สวมหมวกนิรภัย หรือการดื่มแล้วขับ เพียงเพราะคิดว่าใกล้แค่นี้เอง แต่ความคุ้นเคยบนถนนในชุมชนนี่แหละที่มักกลายเป็นกับดักมานักต่อนัก

หากเสาหลักล้ม: ภาระที่คนข้างหลังต้องแบกรับจากอุบัติเหตุ

ดื่มแล้วขับ ไม่ได้ดับแค่คุณคนเดียว เพราะการดื่มแล้วขับไม่ได้พรากแค่ชีวิต แต่พราก “อนาคต” ของคนทั้งบ้าน เมื่อเสาหลักล้มลง ผลกระทบจะกลายเป็นภาระหนักที่ครอบครัวต้องแบกรับ ทั้งความเสียใจ รายได้ที่หายไป อนาคตการศึกษาของลูก หรือการดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา

ทุกครั้งที่ตัดสินใจดื่มแล้วขับ จึงเท่ากับคุณกำลังเอาสวัสดิภาพของคนที่รักไปวางบนความเสี่ยงที่ไม่อาจประเมินค่าได้

“พลังของคนข้างหลัง” ตัวช่วยดึงสติเพื่อกลับบ้านปลอดภัย

หัวอกพ่อแม่ พี่น้อง และลูกน้อยที่รออยู่ที่บ้าน ไม่ได้ต้องการของฝากราคาแพงเท่ากับการเห็นคนขับกลับมาอย่างปลอดภัย เพราะของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในวันสงกรานต์ คือการได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

ทั้ง “ลูกที่รอกอด” “ภรรยาที่รอเปิดประตูบ้านให้” หรือ “พ่อแม่ที่รอร่วมวงกินข้าว” ทุกสายตาที่เฝ้ามองถนนคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวว่าความสุขของพวกเขาคือการเห็นคุณกลับมาอย่างปลอดภัย

● พลังความรักจากลูกที่รอกอด: ผ่านคำกำชับสั้นๆ ก่อนออกจากบ้านหรือทางโทรศัพท์อย่าง “คืนนี้กลับมานอนกอดหนูนะ” นี่คือสัญญาใจที่ทำให้เสาหลักฉุกคิดได้ว่าความสนุกชั่วคราวเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมกอดที่รออยู่
● พลังความห่วงใยจากภรรยาที่รอเปิดประตูบ้านให้: ผ่านเสียงเตือนด้วยความรักอย่าง “ถ้าเหนื่อยหรือดื่มมา ไม่ต้องขับนะ เดี๋ยวที่บ้านไปรับเอง” หรือ “สนุกให้เต็มที่แต่อย่าดื่มแล้วขับนะพ่อ” เป็นแรงใจให้คนขับไม่กล้าเสี่ยงกับความคิดที่ว่าดื่มนิดเดียวคงไม่เป็นไร
● พลังใจจากพ่อแม่ที่รอร่วมวงกินข้าว: ผ่านคำพูดเรียบง่ายที่แฝงความหวังอย่าง “กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันนะลูก” คือเครื่องเตือนใจว่าไม่มีของฝากชิ้นไหนล้ำค่าไปกว่าการกลับมานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันอย่างปลอดภัย

สสส. ขอชวนให้ผู้ขับขี่ใช้ “ภาพถ่ายครอบครัว” มาวางไว้บนรถในจุดที่มองเห็นชัด เพื่อให้ภาพทำหน้าที่สะกิดใจในทุกกิโลเมตร

ลดเร็ว ลดเสี่ยง: ไม่เหยียบคันเร่งเกินจำเป็น
สวมหมวก คาดเข็มขัด: แม้อยู่ใกล้ก็ต้องเซฟร่างกายไว้ก่อน เผื่อเหตุไม่คาดคิด
● ดื่มไม่ขับ: ตั้งเป้าว่าเราสนุกได้โดยไม่ต้องดื่ม แต่ถ้าดื่มก็ต้องไม่ขับเท่านั้น

การตัดสินใจดื่มไม่ขับ และขับขี่อย่างระมัดระวังแม้ในระยะทางสั้นๆ เป็นทางเดียวที่จะช่วยรักษาคำสัญญาว่าจะกลับไปถึงหน้าประตูบ้านอย่างปลอดภัย

สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย เพราะคนข้างหลังรออยู่ อย่าลืมว่า ดื่มแล้วขับ ไม่ได้ดับแค่คุณคนเดียว และยังมีคนข้างหลังเป็นห่วง รอคุณอยู่อีกมากมาย…


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง