ทำความรู้จักหูด เกิดจากอะไร อันตรายไหม ป้องกันอย่างไรได้บ้าง?
หูด เป็นปัญหาผิวหนังที่หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องเล็กหรือไม่อันตราย แต่ความจริงแล้ว หูดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือมีกิจกรรมทางเพศ และในบางกรณียังสร้างผลกระทบต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิต ดังนั้นการรู้เท่าทันลักษณะของหูดและทำความเข้าใจว่าหูดคืออะไร หูดเกิดจากอะไร หูดอันตรายไหม ไปจนถึงวิธีการรักษาและการป้องกันหูดจึงสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในบทความนี้จะพามาทำความรู้จักหูดให้มากขึ้น พร้อมแนะนำ Menscape Clinic คลินิกเฉพาะทางผู้ชายที่พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพผู้ชายและให้คำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้คุณได้เช็กความเสี่ยงและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
หูด คืออะไร?
หูด คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ติดเชื้อมีการหนาตัวและแข็งขึ้น มักปรากฏเป็นตุ่มนูนที่มีลักษณะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่เกิด ซึ่งหูดสามารถพบได้ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหูดที่มือ หูดที่นิ้ว หูดที่เท้า รวมถึงหูดที่อวัยวะเพศ แม้โดยทั่วไปหูดจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญหรือความเจ็บปวดเมื่อถูกกดหรือเสียดสีได้ รวมถึงอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
หูด เกิดจากอะไร?
สาเหตุหลักของการเกิดหูดก็คือการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังหรือเยื่อบุที่มีรอยถลอกหรือแผลเล็ก ๆ ได้ นอกจากการสัมผัสผิวหนังโดยตรงหรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันแล้ว การมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันที่อาจทำให้เชื้อ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนักและก่อให้เกิดหูดบริเวณนั้น ๆ ได้
หูด มีกี่แบบ?

หูดมีหลายลักษณะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดและชนิดของเชื้อ HPV โดยพบได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่บางตำแหน่งจะพบในผู้ชายได้บ่อยกว่า เช่น หูดที่เท้า, หูดที่มือ หรือหูดที่อวัยวะเพศ โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
- หูดแบบธรรมดา: มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็ง ขรุขระ สีเหมือนผิวหนังหรือมีจุดสีดำ
- หูดแบบผิวเรียบ: มีลักษณะเป็นตุ่มแบน ผิวเรียบเนียน สีเหมือนผิวหนัง
- หูดฝ่ามือและฝ่าเท้า: มีลักษณะเป็นปื้นหนาแข็งฝังลึกลงในเนื้อมีสีเหลือง มักเจ็บเมื่อกดทับหรือเดินลงน้ำหนัก
- หูดที่อวัยวะเพศ: มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสูงคล้ายหงอนไก่ จุดนี้มักเกิดจากการติดเชื้อผ่านการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์ พบได้ที่บริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ และทวารหนัก
- หูดที่เป็นติ่งเนื้อแข็งยื่นจากผิวหนัง: มีลักษณะคล้ายติ่งยาวคล้ายนิ้วมือเล็ก ๆ ขรุขระ มักพบได้ที่ใบหน้าและลำคอ
อาการเริ่มแรกของหูดที่ควรสังเกตเป็นอย่างไร?
อาการเริ่มแรกของโรคหูดมักเริ่มจากการเป็นตุ่มนูนขนาดเล็กบนผิวหนัง ลักษณะอาจเรียบหรือขรุขระ ขึ้นอยู่กับชนิดของหูด โดยทั่วไปหูดมักมีขนาดตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงประมาณ 1 เซนติเมตร สีของหูดอาจใกล้เคียงกับสีผิวหรือเข้มกว่าผิวเล็กน้อย บางรายอาจสังเกตเห็นจุดสีดำเล็ก ๆ ภายในตุ่มได้ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดฝอยที่อุดตัน นอกจากนี้หูดยังสามารถเกิดขึ้นแบบเป็นเม็ดเดียวหรือขึ้นหลายเม็ดรวมกันเป็นกลุ่มได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีอาการเจ็บบริเวณที่เป็นหูด ทำให้เดินหรือทำงานด้วยมือได้ลำบาก รูปร่าง สี พื้นผิวของหูดเปลี่ยนไป หรือหูดเริ่มมีการกระจายตัวและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือผู้ที่เคยเป็นหูดซ้ำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหูดมีอะไรบ้าง?
แม้ว่าทุกคนจะสามารถติดเชื้อ HPV และเกิดหูดได้ แต่ทั้งนี้สภาวะทางร่างกาย พฤติกรรม และสภาพแวดล้อมก็สามารถเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้มากขึ้นเช่นกัน โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดหูดมีดังนี้
- ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่อยู่ในช่วงหลังการปลูกถ่ายอวัยวะ
- ผิวหนังมีบาดแผล ลอยถลอก หรือมีรอยขีดข่วน
- มีนิสัยชอบกัดเล็บหรือแกะเกาผิวหนังบริเวณเล็บ
- ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัวหรืออุปกรณ์ตัดเล็บ
- สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น ห้องน้ำสาธารณะหรือโรงยิม
- พฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
หูดมีวิธีการรักษาอย่างไร?
การรักษาหูดมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และตำแหน่งของหูด แม้ว่าหูดบางชนิดอาจยุบหายได้เอง แต่การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดการลุกลาม ลดการกลับมาเป็นซ้ำ และป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ โดยวิธีการรักษาหูดที่แนะนำ มีดังนี้
- การทายา: การใช้ยาทาภายนอกที่มีส่วนผสมของกรด เช่น กรดซาลิซิลิก, กรดแลคติก หรือกรดไตรคลออะซิติก จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและทำให้หูดค่อย ๆ หลุดออกไปได้ เหมาะกับใช้เป็นวิธีรักษาหูดที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า
- การจี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy): การรักษาหูดด้วยวิธีนี้เป็นการใช้ไนโตรเจนเหลวจี้บริเวณหูด ทำให้เซลล์ที่ติดเชื้อตายและหลุดลอก เหมาะกับหูดขนาดไม่ใหญ่มาก
- การจี้ด้วยไฟฟ้า (Electrocautery): เป็นการใช้ความร้อนทำลายเนื้อหูด เหมาะกับหูดที่มีขนาดใหญ่หรือดื้อยา
- การรักษาด้วยเลเซอร์: เป็นการใช้แสงเลเซอร์ทำลายเนื้อหูดโดยตรง ช่วยลดการกระจายของเชื้อ และลดโอกาสเกิดแผลเป็น
- การผ่าตัดนำหูดออก: ใช้ในกรณีที่หูดมีขนาดใหญ่หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น
- การทายาเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (DCP Immunotherapy): ใช้ในผู้ที่มีหูดจำนวนมากหรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หาย ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดหูด
แม้ว่าหูดจะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่การป้องกันไม่ให้เกิดใหม่หรือแพร่กระจายเป็นส่วนสำคัญมาก โดยแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดหูดมีดังนี้
- หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือบิดหูด เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย
- ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น กรรไกรตัดเล็บหรือผ้าเช็ดตัว
- ดูแลผิวให้แข็งแรงและชุ่มชื้น ลดโอกาสเกิดรอยแตกที่เชื้อสามารถเข้าสู่ผิวหนังได้
- หลีกเลี่ยงการกัดเล็บหรือแกะผิวรอบเล็บ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวเปียกในที่สาธารณะ เช่น ห้องอาบน้ำของสระว่ายน้ำ
- รักษาสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการทานอาหารครบหมู่ พักผ่อนเพียงพอ
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีหูดหงอนไก่ และควรใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดการเสี่ยงติดเชื้อ HPV
- ฉีดวัคซีนป้องกัน HPV เพื่อลดความเสี่ยงต่อหูดอวัยวะเพศในทั้งผู้ชายและผู้หญิง
หูด ตรวจก่อน รักษาก่อน ลดโอกาสการแพร่เชื้อได้ บริการตรวจสุขภาพผู้ชายที่ Menscape Clinic
หูดเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งสามารถติดต่อได้ทั้งจากการสัมผัสผิวหนังในชีวิตประจำวันและการมีเพศสัมพันธ์ แม้โดยทั่วไปหูดจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ก็สามารถส่งผลต่อความมั่นใจรวมถึงรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น การหมั่นสังเกตความผิดปกติของผิวหนังและเข้ารับการตรวจสุขภาพหรือตรวจคัดกรองเชื้อไวรัส HPV ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้ทราบระดับความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน และถ้าหากตรวจพบเชื้อในระยะแรกก็จะสามารถช่วยให้วางแผนการรักษาและป้องกันการลุกลามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คลินิกเฉพาะทางสำหรับผู้ชายอย่าง Menscape Clinic เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ให้บริการตรวจสุขภาพเพศชายและตรวจคัดกรอง HPV ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงมีการดูแลให้คำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทางและมีการติดตามผลหลังตรวจอย่างเป็นระบบ ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและดูแลสุขภาพของตัวเองได้ง่ายขึ้น
ติดต่อ Menscape Clinic
Menscape Clinic – ศูนย์สุขภาพผู้ชายครบวงจร ชั้นนำของประเทศไทย
📍 อาคาร Maneeya Center Building, 518/5 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
📞 โทร. 080 083 5196
🌐 เว็บไซต์: https://menscapeclinic.com/th
📱 Line ID: @menscape
🕓 เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 19.00 น.
ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องสุขภาพผิว ฮอร์โมน วิตามิน และการดูแลภาพลักษณ์ เหมาะกับวัยรุ่น–วัยเริ่มทำงาน ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี