วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ. เลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท 198/2568ที่พนักงานอัยการ พิเศษฝ่ายคดีปราบปรามทุจริต 1 เป็นโจทก์ ฟ้องอดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ และ สีกา น. สีกาคนสนิทเป็นจำเลยที่ 1-2 ตามลำดับ ฐานร่วมกันยักยอกเบียดบังทรัพย์เป็นของตนเองโดยทุจริต
โจทก์ระบุฟ้องสรุปว่า วัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานให้เป็นพระอารามหลวง โดยมีจำเลยที่ 1 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจึงเป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและไม่มีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 1 วางแผนร่วมกันในการเบียดบังยักยอกเอาเงินของวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ช่วยเหลือและให้ความสะดวกการที่จำเลยที่ 1 เบียดบังยักยอกเอาเงินของวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย ก่อนและขณะกระทำความผิด จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งวัดนครสวรรค์ ได้เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชี วัดนครสวรรค์ โดยมีบุคคลที่มีอำนาจสั่งจ่าย ได้แก่ จำเลยที่ 1 พระครู น. และนายส. (ไวยาวัจกร) โดยมีเงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินคือต้องลงลายมือชื่อ 2 ใน 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 คนดังกล่าวต้องลงลายมือชื่อของเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ จึงจะเบิกถอนเงินได้
จำเลยทั้งสองได้วางแผนร่วมกันเพื่อที่จะนำเงินของวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย จากบัญชีดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้พระ ศ. ซึ่งเป็นพระที่อยู่ในวัดนครสวรรค์ ด้วยวิธีการให้พระ ศ. นำใบเบิกถอนเงินของธนาคารแห่งหนึ่ง มากรอกจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องการ และนำไปให้จำเลยที่ 1 กับผู้มีอำนาจอีกคนหนึ่งลงลายมือชื่อ เพื่อไปถอนเงินจากบัญชีวัดนครสวรรค์ โอนผ่านบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี พระ ศ. และบัญชีธนาคารชื่อบัญชี พระ ศ. แล้วเบิกถอนเข้าบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาโกสีย์ ชื่อบัญชี จำเลยที่ 1 เพื่อจำเลยที่ 1 จะได้โอนต่อไปยังบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชีของจำเลยที่ 2 อีกต่อหนึ่ง ตามวิธีการที่จำเลยทั้งสองได้ตกลงวางแผนร่วมกันไว้ รวมทั้งสิ้น 49 กรรม ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 91, 147, 157 พรป.ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 4,965,087 บาทแก่วัดนครสวรรค์ผู้เสียหายด้วย