คัดลอก URL แล้ว
“สว.ภิญญาพัชญ์” อัดมิจฉาชีพสกปรก แฉจัดฉากเฟคนิวส์ “คนละครึ่งพลัส”หวังดูดเงิน

“สว.ภิญญาพัชญ์” อัดมิจฉาชีพสกปรก แฉจัดฉากเฟคนิวส์ “คนละครึ่งพลัส”หวังดูดเงิน

5 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ขอหารือไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้อง กรณีข่าวปลอมเรื่องโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล

น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการแพร่ระบาดของ เฟคนิวส์อย่างหนักในโลกโซเชียล ระบุข้อมูลเท็จ ว่ารัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ระบุเงื่อนไขที่จูงใจ เช่น รัฐช่วยจ่าย 60% หรือให้วงเงินสูงถึง 4,000 บาท ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง สิ่งที่ตนกังวลคือกลโกง  มิจฉาชีพเลือกใช้หัวข้อคนละครึ่ง เพราะรู้ว่าคือโครงการที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงและคาดหวัง  การระบุวันเวลาที่ชัดเจนเป็นการสร้างความรู้สึกเร่งด่วน เพื่อบีบให้ประชาชนรีบคลิกลิงก์ที่แนบมา ซึ่งนำไปสู่การติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน หรือการโขมยข้อมูลส่วนบุคคล

น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า ในขณะที่เรากำลังนั่งประชุมกันอยู่นี้ อาจจะมีประชาชนที่กำลังลำบาก มีเงินติดบัญชีเพียงไม่กี่ร้อยบาท เพื่อประทังชีวิตทั้งเดือน เมื่อเขาเห็นข่าวว่ารัฐบาลจะช่วย 4,000 บาท หัวใจเขาพองโตด้วยความหวัง คิดว่าเงินก้อนนี้จะช่วยต่อลมหายใจ ช่วยซื้อข้าวสาร ช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งความหวังนี้คืออาวุธที่มิจฉาชีพใช้แทงย้ำลงไป

“ประชาชนไม่ได้แค่อยากได้เงินฟรีค่ะ แต่เขาต้องการที่พึ่ง และมิจฉาชีพก็นำคำว่าที่พึ่ง มาเป็นเหยื่อล่อที่สกปรกที่สุด ซึ่งดิฉันจึงไม่อาจนิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ได้” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว

น.ส.ภิญญาพัชญ์ ระบุว่า ตนหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 3 ประเด็น

1. ด้านการสื่อสารเชิงรุก กระทรวงการคลังต้องไม่เพียงแค่รอแก้ข่าว แต่ต้องทำระบบ Check and Balance ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะโครงการรัฐได้ทันทีผ่านช่องทางเดียวที่น่าเชื่อถือ เพื่อลดความสับสน

2. ด้านการปราบปรามไซเบอร์ ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและตำรวจไซเบอร์ เร่งสืบสวนหาต้นตอของเว็บไซต์และลิงก์ปลอมเหล่านี้ เพราะมักจะมาในรูปแบบของบัญชีม้าและเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ซึ่งต้องมีการประสานงานเชิงลึกเพื่อตัดวงจรการเข้าถึงข้อมูลประชาชนให้เร็วที่สุด

3. ด้านการป้องกัน รัฐบาลควรมีมาตรการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ ในการเฝ้าระวังความผิดปกติของยอดเงินที่โอนออกหลังจากมีการคลิกลิงก์ที่เป็นข่าวปลอมเหล่านี้ เพื่อระงับความเสียหายได้ทันท่วงที

“ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า ก่อนจะกดลิงก์หรือกรอกข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการรัฐ ขอให้ตรวจสอบก่อน อย่าให้ความหวังที่รัฐบาลพยายามมอบให้ กลายเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพมาซ้ำเติมความเดือดร้อนของทุกท่าน” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว

////


ข่าวที่เกี่ยวข้อง