มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมกับแพทยสภา สถาบันมหิตลาธิเบศร์ และสถาบันพระปกเกล้า โดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 ( ปนพ.12) ร่วมกันจัดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากหนังสือหน่วยราชการในพระองค์ 904 ให้จัดโครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569 ซึ่งมีเป้าหมายในการตรวจสุขภาพให้กับประชาชนและพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 16 กลุ่ม โดยมี 53 คลินิกสาขาเฉพาะทางที่ให้ให้บริการโดยนำแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดโอกาสในจังหวัดสระบุรี ในระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 ที่โรงพยาบาลสระบุรี จังหวัดสระบุรี
โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวขอบคุณมูลมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ หน่วยงานต่างๆ ร่วมถึงนปพ. รุ่นที่12 ได้ร่วมพลังการขับเคลื่อนหน่วยแพทย์อาสาเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง
ขณะที่พลอากาศเอก นายแพทย์อิทธิพร คณะเจริญเลขาธิการมูลนิธิธรรมภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ได้หารือกับโรงพยาบาลในพื้นที่สอบถามความต้องการของแต่ละจังหวัดเพื่อนำแพทย์เฉพาะทางจากด้านนอกเข้าไปหาคนไข้เพื่อลดคิวรอคอย แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดของหน่วยแพทย์พระราชทานจึงต้องมีการนัดหมายล่วงหน้า ดังนั้นประชาชนที่ต้องการเข้ามาใช้บริการขอให้ติดต่อโรงพยาบาลสระบุรีก่อน เพื่อให้ไปแล้วได้รับการดูแลอย่างเต็มที
ด้านนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จังหวัดสระบุรีเหมือนเศรษฐกิจดีเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร แต่ความจริงแล้วมีความยากจนเพราะมีกลุ่มเปราะบางเยอะมาก ซึ่งตั้งแต่มีทราบว่าโครงการนี้จะลงพื้นที่ไปช่วยตรวจรักษา ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างดีมากเพราะถือเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานโครงการนี้ลงไปที่จังหวัดสระบุรี ทุกภาคส่วนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนโครงการนี้และประชาชนก็มีความตื่นตัวที่อยากจะมาใช้บริการ
โดยทางโรงพยาบาลสระบุรีและทีมแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ สำรวจพบว่าประชาชนมีความต้องการการรักษาพยาบาลทั้งโรคทางสายตา ปัญหาช่องปากและการทำฟัน ที่ค่อนข้างมีข้อจำกัด โดยเฉพาะโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งโดยปกติจะต้องเข้าคิวอย่างน้อย 7 เดือน จึงจะได้ผ่าตัด ดังนั้นโครงการนี้ได้นำแพทย์เฉพาะทางลงไปตรวจให้กับประชาชนจะช่วยลดระยะเวลาการรอของประชาชนลงได้ ซึ่งทางจังหวัดได้รวบรวมข้อมูลส่งให้กับทางมูลนิธิเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สามารถเตรียมการรักษาได้อย่างถูกเป้าหมาย โดยในวันที่ 5 พฤษภาคม นี้ ตนจะเรียกทีมงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ มาประชุมเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อตรวจสอบความคืบหน้า พร้อมทั้งจะเน้นย้ำให้นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ให้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการนี้เพื่อให้ประชาชนชาวสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้เข้ารับบริการอย่างทั่วถึง
อย่างไรก็ตาม โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ จัดขึ้นมาทุกปีต่อเนื่อง 14 ปี ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี รวม 19 จังหวัด โดยที่ผ่านมาในการลงพื่นที่แต่ละครั้งจะมีแพทย์ กว่า 200 คน ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ รวมถึงบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ ร่วมเป็นจิตอาสาให้บริการประชาชน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีจิตอาสาเข้าร่วมโครงการไม่ต่ำ 2,000 คนเข้าร่วม



