21 เม.ย. 2569 น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ว่า หลังจากช่วงสงกรานต์ พี่น้องชาวน่านต้องเผชิญกับมัจจุราชเงียบ สถานการณ์ในขณะนี้ ถึงขั้นวิกฤตจนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ต้องประกาศยกระดับมาตรการขั้นสูง สั่งการด่วนที่สุด เพื่อคุมเข้มปราบปรามการเผาป่า จากข้อมูลล่าสุดพบว่าจุดความร้อนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว ท้องฟ้าที่เคยสดใส วันนี้ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันจนมองไม่เห็นยอดดอย สุขภาพของเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง กำลังถูกทำลายลง ตนคิดว่าไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เป็นภัยพิบัติทางสุขภาพ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากส่วนกลางอย่างเร่งด่วน
น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า ตนขอชื่นชมและสนับสนุนการทำงานเชิงรุกของผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ที่ออกมาตรการ 4 มาตรการเหล็ก ประกอบด้วย 1. การจัดตั้งชุดเฉพาะกิจปราบปรามระดับอำเภอ 2. การเพิ่มกำลังพลระดับหมู่บ้าน3. การปรับบทบาทเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ 4. การใช้ภาษาท้องถิ่นสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและแจ้งเตือนภัยถึงระดับไร่นา แต่แม้จังหวัดจะเข้มงวดแค่ไหน แต่ลำพังทรัพยากรของจังหวัดเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านต้องเดินเท้า เข้าป่าลึก เพื่อดับไฟด้วยความเสี่ยงตาย พวกเขากำลังทำงานอย่างหนักภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด
“ปัญหาของจังหวัดน่าน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน การเข้าไปดับไฟ ทำได้ยากลำบากมาก นอกจากนี้ ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน ก็ยังเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้โดยลำพังด้วยกำลังของจังหวัด ความกดอากาศที่นิ่งในช่วงนี้ ยิ่งทำให้ฝุ่นถูกกักขัง อยู่ในแอ่งกระทะเมืองน่าน ประชาชนสูดดมฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน สะสมมานานหลายสัปดาห์ค่ะ” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
น.ส.ภิญญาพัชญ์ ระบุว่า ในฐานะวุฒิสภา ตนขอเสนอแนวทางแก้ไข 4 ข้อ เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. รัฐบาลควรพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ให้กับชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้านทันที ไม่ใช่รอเพียงงบปกติ เพราะค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอุปกรณ์ และค่าเชื้อเพลิงในการดับไฟ เป็นภาระที่หนักอึ้งของท้องถิ่นในขณะนี้ 2. ยกระดับเทคโนโลยีการตรวจจับ เราต้องสนับสนุนการใช้โดรนตรวจจับความร้อน และภาพถ่ายดาวเทียมที่ละเอียดระดับรายนาที เพื่อส่งพิกัดให้ชุดเฉพาะกิจเข้าถึงที่เกิดเหตุก่อนที่ไฟจะลุกลาม 3. ขอให้กระทรวงสาธารณสุข จัดส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และหน้ากากอนามัย N95 รวมถึงเครื่องฟอกอากาศให้กับโรงเรียน และศูนย์เด็กเล็กเป็นการเร่งด่วนที่สุด 4. ขอให้รัฐบาลใช้กลไกอาเซียน ยกระดับเรื่องหมอกควันข้ามพรมแดนเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อให้การแก้ปัญหาในระดับภูมิภาคสอดรับกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นในระดับจังหวัด
น.ส.ภิญญาพัชญ์ ย้ำว่า พี่น้องชาวน่านและภาคเหนือ ไม่ได้ต้องการแค่คำปลอบใจ แต่ต้องการความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่ไปกับความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม มาตรการแม้จะเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่จะสำเร็จได้ ต้องได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลางอย่างเต็มกำลัง
“ลมหายใจของประชาชน ไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องที่ต้องรอ น่านและภาคเหนือไม่ควรถูกปล่อยให้เผชิญวิกฤตเพียงลำพัง ประชาชนไม่ควรต้องอยู่กับความเสี่ยงอย่างเงียบงัน ถึงเวลาแล้วที่การแก้ไข ต้องชัดเจน จริงจัง และทันเวลา เพื่อให้ท้องฟ้าเมืองเหนือ กลับมาเป็นของทุกคนอีกครั้ง” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว
