รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีเรือของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียง “ข่าวดี” เชิงสถานการณ์ แต่สะท้อน “ประสิทธิภาพของรัฐ” ในการบริหารจัดการวิกฤติระหว่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางความตึงเครียดของภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบพลังงานโลก
รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับบทบาทของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ดำเนินนโยบายการทูตเชิงรุกอย่างชัดเจน ผ่านการเยือน โอมาน อย่างเป็นทางการ และใช้ความสัมพันธ์ทวิภาคีเป็นกลไกสำคัญในการประสานงานกับ อิหร่าน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยง
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนศักยภาพของการทูตไทยที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพิธีกรรมหรือถ้อยแถลงเชิงสัญลักษณ์ แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็น ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ที่ส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในมิติของความมั่นคงด้านพลังงานและการค้าระหว่างประเทศ
สำหรับกรณีเรือบรรทุกน้ำมันของ SCG ซึ่งเป็นภาคเอกชนขนาดใหญ่ของไทยและมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานด้านอุตสาหกรรม การสามารถออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นการช่วยลดแรงกดดันต่อระบบโลจิสติกส์และต้นทุนพลังงาน ที่อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
รศ.ดร.โอฬาร ยังเน้นย้ำว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ภูมิภาคตะวันออกกลางมีความเปราะบางสูง การตัดสินใจเชิงนโยบายจึงต้องอาศัยทั้งความแม่นยำทางการทูตและเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง โดยการประสานงานผ่าน โอมาน ในฐานะ “ตัวกลางทางการทูต” ถือเป็นตัวอย่างของการใช้ยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์แบบหลายชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในภาพรวม ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเรือสินค้า 1 ลำ แต่เป็นการสร้าง “ความเชื่อมั่นเชิงระบบ” ให้กับประชาชนว่า รัฐบาลไทยยังคงมีขีดความสามารถในการปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ ภายใต้บริบทของวิกฤติระดับโลก โดยเฉพาะในประเด็นพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ท้ายที่สุด กรณีดังกล่าวจึงสะท้อนภาพของ “รัฐที่ทำงานได้จริง” ที่สามารถเชื่อมโยงการทูต นโยบายเศรษฐกิจ และความมั่นคงเข้าด้วยกันอย่างมีเอกภาพ พร้อมตอกย้ำบทบาทผู้นำเชิงนโยบายที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับสังคมในระยะยาว ///
