สหรัฐอนุญาตซื้อขายน้ำมันรัสเซียที่กำลังขนส่งในทะเลเป็นการชั่วคราว หลังสงครามตะวันออกกลางทำให้ตลาดพลังงานผันผวน ขณะที่น้ำมันรัสเซียกว่า 124 ล้านบาร์เรลกำลังลอยลำทั่วโลก
สหรัฐอเมริกาออกมาตรการผ่อนปรนชั่วคราว อนุญาตให้มีการซื้อขายน้ำมันดิบของรัสเซียที่อยู่ระหว่างการขนส่งในทะเล เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกที่กำลังเผชิญความผันผวนจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยข้อมูลจากสำนักข่าว CNBC ระบุว่า ขณะนี้มีน้ำมันดิบจากรัสเซียประมาณ 124 ล้านบาร์เรล ลอยลำอยู่ในทะเลตามจุดต่าง ๆ มากกว่า 30 แห่งทั่วโลก คิดเป็นปริมาณใกล้เคียงกับการใช้น้ำมันทั่วโลกประมาณ 5–6 วัน
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นข้อยกเว้นเฉพาะกรณีและมีระยะเวลาจำกัด โดยครอบคลุมเฉพาะน้ำมันที่ได้บรรทุกขึ้นเรือแล้วก่อนเวลา 00.01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ และอนุญาตให้ทำธุรกรรมซื้อขายได้จนถึงวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 00.01 น. ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดความตึงเครียดในตลาดพลังงาน หลังราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน โดยราคาน้ำมันดิบเคยพุ่งเข้าใกล้ระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนที่ราคาน้ำมันดิบ Brent จะปิดตลาดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ประกาศว่าจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐย้ำว่า มาตรการผ่อนปรนครั้งนี้จะไม่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับรัฐบาลรัสเซีย เนื่องจากรายได้หลักจากพลังงานของรัสเซียมาจากภาษีที่จัดเก็บในขั้นตอนการผลิตน้ำมัน