วันที่ 8 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 16.40 น. รายงานข่าวจากงานสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย 192 คน ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์ กิต จังหวัดบุรีรัมย์ คณะกรรมการบริหารพรรคได้นำรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค โดยมีจำนวนมากกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อให้หัวหน้าพรรคคัดเลือก และนำรายชื่อส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำไปตรวจสอบผ่าน 9 หน่วยงาน
ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงยุติธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แบ่งเป็นโควตาอนุทิน 5 ตำแหน่ง คือ อนุทิน ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
ขณะที่โควต้ากลุ่มบ้านใหญ่ ปรากฏชื่อ ทรงศักดิ์ ทองศรี, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, ไชยชนก ชิดชอบ, สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์, ภราดร ปริศนานันทกุล, สุชาติ ชมกลิ่น, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์, วราวุธ ศิลปอาชา, ศุภมาส อิศรภักดี นภินทร ศรีสรรพางค์ และพัฒนา พร้อมพัฒน์
นอกจากนี้กลุ่มเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด ปรากฏชื่อ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสตูล ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร สุขสมรวย วันทนียกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญ
ขณะที่ตำแหน่งประธานสภา ชัดเจนแล้วคือ โสภณ ซารัมย์ ส่วนรองประธานสภาคนที่หนึ่งเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย แต่ได้มอบหมายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคใต้ได้ตกลงคัดเลือกกันอีกครั้ง
ขณะที่โควตาพรรคร่วม คือ พรรคเพื่อไทยจะได้ 8 ตำแหน่ง ซึ่งพรรคเพื่อไทยส่งรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจะเป็นรัฐมนตรีมาเกินกว่าโควตาเช่นกัน โดยพรรคภูมิใจไทยให้อำนาจพรรคเพื่อไทยในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นเก่า แต่จะต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง รวมทั้งรองประธานสภาคนที่ 2 ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ ตรีนุช เทียนทอง ส่วนพรรคเล็ก 1-2 เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีต่อรอง เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการรวมเสียงหรือตั้งมุ้ง โดยตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นการเคาะในลำดับสุดท้าย ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ในโค้งสุดท้าย
ขณะที่โผคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำ ของอนุทินจะเสร็จสมบูรณ์ทันทีที่มีการโหวตอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว และการจัดคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของพรรค ที่ต้องการวางคนให้เหมาะกับงาน เพื่อให้แต่ละกระทรวงทำงานสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจะมี 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคเล็ก โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง