ทำความเข้าใจ War Powers Resolution กฎหมายสำคัญของสหรัฐฯ ที่ให้อำนาจสภาคองเกรสควบคุมการใช้กำลังทหารของประธานาธิบดี ท่ามกลางการเตรียมลงมติจำกัดอำนาจ โดนัลด์ ทรัมป์ จากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
ทำความรู้จัก “ War Powers Resolution ” ก่อนลุ้นผล สภาคองเกรส ลงมติจำกัดอำนาจ “ทรัมป์”
นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับเข้ารับตำแหน่งในทำเนียบขาวในปี ค.ศ.2025 ทรัมป์พยายามขยายอำนาจด้านการบริหาร จนบดบังบทบาทหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ หนึ่งในกรณีที่เห็นภาพชัด คือ ทรัมปื สนับสนุอิสราเอล สั่งโจมตีอิหร่านโดยไม่ขออนุมัติจากสภาคองเกรส
16.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ เทียบกับช่วงเวลาไทย คือ 07.00 น. ของวันที่ 5 มีนาคม 2569 นับเป็นช่วงเวลาที่ สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้ง 2 พรรคการเมืองของสหรัฐฯ เตรียมผลักดันร่างมติอาศัยอำนาจตาม War Powers Resolution เพื่อจำกัดและควบคุมการปฏิบัติการทางทหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับการปฎิบัติการในอิหร่าน
ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่า มีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้น ที่มีอำนาจประกาศการทำสงคราม ตามที่ระบุเอาไว้ในมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม แม้ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ เขียนไว้ชัดว่า มีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่มีอำนาจประกาศทำสงคราม แต่ผู้นำสหรัฐฯตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมักอ้าง มาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญ ที่ระบุไว้ว่า ประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีอำนาจสั่งใช้กำลังทหารในกรณีที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ
สำหรับการนัดลงมติดังกล่าว มีเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการจำกัดอำนาจของ โดนัลด์ ทรัมป์ และต้องการยุติการใช้กำลังทหาร เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาอย่างเป็นทางการ
ทำความรู้จัก “ War Powers Resolution ”
“ War Powers Resolution ” หรือเรียกสั้นๆว่า “War Powers Act” เป็นกฎหมายที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านเมื่อปี ค.ศ.1973 ภายหลังสงครามเวียดนาม เพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการส่งกำลังทหารเข้าสู่ความขัดแย้งโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา เพื่อดึงอำนาจในการตัดสินใจทำสงครามกลับมาอยู่ที่สภาคองเกรสตามรัฐธรรมนู
เงื่อนไขสำคัญภายใต้กฎหมาย “ War Powers Resolution ”
ประธานาธิบดีต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากส่งกองกำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการสู้รบ
กองทัพสามารถปฏิบัติการได้เพียง 60 วัน เท่านั้น หากรัฐสภาไม่เห็นชอบให้ประกาศสงคราม และ ประธานาธิบดีจะต้องออกคำสั่ง “ถอนทัพ”
รัฐสภาสามารถลงมติบังคับให้ “ประธานาธิบดี”ถอนกองกำลังออกได้ทันทีหากปฏิบัติการนั้นไม่ได้รับความเห็นชอบ
ในสถานการณ์สู้รบ “อิสราเอล – อิหร่าน” ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ กำลังเป็นข้อถกเถียงอยู่ที่ว่า คำสั่งการโจมตีเชิงรุก (Pre-emptive Strike) ของทรัมป์ ถือว่าเข้าข่าย”ป้องกันตัวเร่งด่วน” ตามเหตุผลที่ทรัมป์ เคยบอกไว้ว่า เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน หรือเป็นการ “เปิดฉากสงครามใหม่” ตามใจทรัมป์ หากเข้าข่ายในข้อหลัง ต้องกลับไปขอความเห็นชอบจากรัฐสภา
อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองของอเมริกา เรื่องการใช้ “ War Powers Resolution ” ยังเป็นข้อถกเถียงในหมู่นักกฎหมาย และ นักวิชาการ ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ในการตีความในมาตรา 2 เรื่องของขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี ว่าควรจำกัดไว้แค่ไหน ถึงจะเหมาะสม