ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 2569 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ (ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์) ซึ่งถือว่ามาช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ และคาดว่าจะสิ้นสุดลงในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะอยู่ที่ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติและสูงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ในขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยจะต่ำกว่าค่าปกติถึงร้อยละ 30-40
ไทม์ไลน์สภาพอากาศ 3 ระยะ (ต้น-กลาง-ปลายฤดู)
- ช่วงต้นฤดู (ปลายเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนมีนาคม): บริเวณประเทศไทยตอนบน อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ตอนกลางวัน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมเป็นระยะๆ แต่จะมีกำลังอ่อน
- ช่วงกลางฤดู (ปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน): จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ ประกอบกับในบางช่วงจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้พัดพาความชื้นจากทะเลอ่าวไทยเข้าปกคลุม ทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้เป็นระยะๆ ซึ่งจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจมีลูกเห็บตกลงในบางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้
- ช่วงปลายฤดู (ปลายเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม): เป็นช่วงเปลี่ยนฤดู จะยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ และมีอากาศร้อนจัดในบางวัน ประกอบกับจะมีลักษณะอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
สรุปสภาพอากาศรายภาค
- ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จะมีอากาศร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในบางช่วง แต่จะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่เป็นระยะๆ รวมทั้งอาจมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในบางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้
- ภาคกลางและภาคตะวันออก: จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ในบางช่วง ส่วนมากทางตอนบนของภาค แต่จะมีฝนฟ้าคะนองเป็นระยะๆ รวมทั้งอาจมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: จะมีอากาศร้อนเกือบทั่วไป แต่จะมีฝนฟ้าคะนองเป็นระยะๆ ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงได้
- ภาคใต้: ช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน จะมีอากาศร้อนในหลายพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค กับจะมีฝนตกร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ คลื่นลมในทะเลจะมีคลื่นสูง 1 เมตร จากนั้น จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ กับมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งและคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น บางช่วงจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
เปิดพิกัด “จังหวัดที่ร้อนที่สุด” (คาดแตะ 41-43 องศาเซลเซียส)
พื้นที่ที่จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดของประเทศ คาดว่าอุณหภูมิจะสูงถึง 41.0 – 43.0 องศาเซลเซียส จะกระจุกตัวอยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่:
- ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย เลย อุดรธานี สกลนคร หนองบัวลำภู มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ
