
ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามมติ กกต. ถอนชื่อ ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ พรรคกล้าธรรม จากผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 หลังพบเคยต้องคดีลักทรัพย์เมื่อกว่า 20 ปีก่อน เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องอุทธรณ์ของ ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 จาก พรรคกล้าธรรม หลังยื่นคัดค้านคำวินิจฉัยของ กกต. ที่สั่งถอนชื่อออกจากบัญชีผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยศาลเห็นว่าการวินิจฉัยของ กกต. เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่า นายก้องเกียรติ เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคแรก มีโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,500 บาท โดยให้รอการลงโทษและคุมความประพฤติ ซึ่งแม้คดีจะเกิดขึ้นมากว่า 20 ปี และได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว แต่ยังถือเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต
ศาลระบุว่า หลักฐานจากฐานข้อมูลของตำรวจ ศาล และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีข้อมูลสอดคล้องกันเพียงพอที่จะยืนยันตัวบุคคลได้ ข้ออ้างเรื่องเอกสารถูกทำลายหรือข้อมูลไม่ครบถ้วนไม่อาจรับฟังได้ ส่งผลให้นายก้องเกียรติ เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. การถอนชื่อออกจากผู้สมัคร สส. เขต 7 นครศรีธรรมราช จึงเป็นไปตามกฎหมาย