นางสาวกชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และปาร์ตี้ลิสต์ พรรคก้าวอิสระ เบอร์ 22 กล่าวถึงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ภายใต้แคมเปญ ‘เมืองไทย สีเขียวด้วยระบบขนส่ง EV’ โดยมีการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของรถตุ๊กตุ๊กกว่า 100 คัน ณ พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ เพื่อผลักดันนโยบายการเปลี่ยนผ่านเครื่องยนต์รถโดยสารสาธารณะให้เป็นระบบไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกำจัดต้นตอของฝุ่น PM 2.5 และลดมลพิษทางเสียงในเขตเมือง เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน ในขณะที่ยังคงรักษามนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์ของตุ๊กตุ๊กไทยให้คงอยู่คู่กับการเป็นพาหนะพลังงานสะอาด ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ขนส่งสาธารณะให้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เชียงใหม่มาแล้ว
นางสาวกชพร หรือ ‘มาดามหยก’ ได้ย้ำถึงหัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ว่า เป็นการสร้างภาพจำใหม่ผ่านขบวนรถตุ๊กตุ๊ก 100 คัน ท่ามกลางบรรยากาศสวนป่ากลางเมืองในช่วงอาทิตย์อัสดง เป็นการแก้ปัญหามลภาวะอย่างยั่งยืน ซึ่งอากาศสะอาดในความหมายของดิฉันคือ สิทธิ ซึ่งไม่ใช่การร้องขอ แต่รัฐต้องจัดสรรให้ เพราะมองว่า PM 2.5 คือภัยเงียบที่จะกลายเป็นมะเร็งร้ายของสังคม ดังนั้นจึงมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจะเปลี่ยนรถสาธารณะทุกชนิดให้เป็นระบบไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด โดยเฉพาะรถตุ๊กตุ๊กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบ้านเรา ที่เราต้องอนุรักษ์เสน่ห์นี้ไว้ แต่ก็ต้องไม่ทำร้ายปอดของคนไทยด้วย รวมถึง รถเมล์ รถบัส ก็ต้องเป็นพลังงานสะอาด เพื่อให้ทุกคนหายใจได้เต็มปอดจริงๆ เสียที
นางสาวกชพร ยังกล่าวถึงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ ของพรรคก้าวอิสระว่า จะไม่เน้นแจก แต่เน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายต้นทุนน้ำมัน ไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายครัวเรือน สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้งการศึกษาไทยที่ต้องปรับตัวตามโลกยุคใหม่ว่า ‘เราต้องเลิกขังเด็กไว้ในห้องเรียนในด้านที่เขาไม่ได้ชอบ’ ตนอยากเห็นการศึกษาแบบ ‘Short Cut’ ที่สั้นแต่มีประสิทธิภาพ เด็กควรได้เลือกเรียนตามความถนัดทันที ใครชอบกีฬา ดนตรี หรือภาษา ต้องได้มุ่งไปทางนั้นเลย เพื่อให้เด็กโตไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความสุขกับอาชีพของตัวเอง ไม่ใช่ต้องทนเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนจนเสียเวลาชีวิต
นางสาวกชพร กล่าวต่อว่านอกจากนี้พรรคก้าวอิสระ ขอประกาศเจตนารมณ์เร่งติดตามเงินเยียวยาที่ค้างจ่ายให้แก่ประชาชน ทั้งในส่วนของเงินประกันโควิด และเงินช่วยเหลือจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วม แผ่นดินไหว และเงินเยียวยา-เบี้ยเลี้ยงทหารชายแดน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ หลังจากประสบเหตุ ทุกข์ภัย อย่างแสนสาหัสมาแล้ว
นางสาวกชพร ยังได้ฝากถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ว่า ‘หยกขอแค่ ครึ่งใจ’ ในบัตรสีชมพูเลือกพรรคก้าวอิสระ เบอร์ 22 ขอให้โอกาสพรรคเล็กๆ ของเราได้เข้าไปมีเสียงในสภา หยกขอพิสูจน์ตัวเองจากการทำงานหนัก อยู่เบื้องหลังมา 28 ปี วันนี้หยก ขอโอกาสเข้าไปทำงานแทนคนไทยในสภาบ้าง เพื่อให้เสียงของคนกู้ภัยและจิตอาสา ดังพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นกว่าเดิม



