คัดลอก URL แล้ว
รมว.ยุติธรรม เร่งกรมบังคับคดี ร่างกฎกระทรวง นำทรัพย์ค้างการขายทอดตลาด มาพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

รมว.ยุติธรรม เร่งกรมบังคับคดี ร่างกฎกระทรวง นำทรัพย์ค้างการขายทอดตลาด มาพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น.ที่กระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะที่ปรึกษา ประชุมร่วมกับผู้บริหารกรมบังคับคดี ประกอบด้วย นายเฉลิมชัย บัวจันอัด รองอธิบดีกรมบังคับคดี นางสาวทัศนาวลัย กุสุโมทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 2 และนายวุฒิพงษ์ เหลืองประเสริฐ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดี เพื่อหารือแนวทางการนำทรัพย์ค้างการขายทอดตลาดมาพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้มีการพิจารณาประเด็นต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน เรื่องการยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วย ‘หลักเกณฑ์ และวิธีการ และเงื่อนไขในการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินได้โดยยาก โดยวิธีการอื่นนอกจากวิธีขายทอดตลาด’ โดยให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เรื่องฐานอำนาจและการรับฟังความคิดเห็นตามขั้นตอนต่อไป

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กรมบังคับคดี พิจารณานำทรัพย์ขายยากที่มีจำนวนมากและสามารถเร่งดำเนินการได้ก่อน เช่น คอนโดร้างหรือคอนโดด้อยมูลค่า ที่เป็นแหล่งเสื่อมโทรม มาทดลองดำเนินการขับเคลื่อน หรือ Sandbox เป็นลำดับความสำคัญ นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน โดยนำเสนอวิธีการและแนวทางดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงหารือแนวทางอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการนำทรัพย์ค้างการขายทอดตลาดมาพัฒนาเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำร่วมกัน

พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกรมบังคับคดี มีหมายบังคับคดีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายังไม่มาตั้งเรื่องบังคับคดีจำนวน 6,785,155 เรื่อง จำนวนทุนทรัพย์ 3 หมื่นล้านล้านบาทเศษ มีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างดำเนินการบังคับคดีจำนวน 670,627 เรื่องจำนวนทุนทรัพย์
รวม 1 ล้านล้านบาทเศษ (ข้อมูล ณ 6 ธันวาคม 2568)

ในปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.-พ.ย.68) ผลักดันทรัพย์สินได้ 4 หมื่นล้านล้านบาทเศษ มีทรัพย์ค้างดำเนินการ 10 ปี ประเภทอสังหาริมทรัพย์จำนวน 16,545 เรื่องรวมเป็นราคาประเมิน 4 หมื่นล้านล้านบาทเศษ (ข้อมูล ธันวาคม 2568) ขณะที่จำนวนทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ค้างดำเนินการ 10 ปีของงานวิจัยจำนวน 18,585 เรื่องรวมเป็นราคาประเมิน 2 หมื่นล้านล้านบาทเศษ (ข้อมูล ณ 10 มกราคม 2565)

“สินทรัพย์ที่ค้างขายทอดตลาด มีสินทรัพย์บางประเภทที่ต้องหาแนวทางแก้ไข ซึ่งถ้าปล่อยไว้จะเกิดความสูญเสีย ถือเป็นทรัพย์ด้อยมูลค่า อย่างไรก็ตาม หากมีแนวทางที่เหมาะสมเราสามารถนำทรัพย์เหล่านี้มาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาสในสังคม ให้มีที่อยู่อาศัยของตนเอง หรือจัดสรรให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ดินทำกินได้ด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว