ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทและสมอง เตือนการพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลง ชี้ควรใช้เป็นคู่สนทนา ไม่ใช่สมองแทน พร้อมเสนอ 5 วิธีใช้งานอย่างมีสติ
ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง โพสต์ข้อกังวลเรื่องการใช้ AI อย่างหนักจนเกิดภาวะ “creative crutch” หรือการมี “ไม้ค้ำยันความคิด” ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าตนเอง “โง่ลง” ความสร้างสรรค์หาย และอารมณ์ความรู้สึกจางลง โดยระบุว่าเคยคุยกับนักคิดรายหนึ่งที่เริ่มจากความตื่นเต้นกับความเก่งของ AI แต่ยิ่งใช้กลับยิ่งพึ่งพาจนคิดเองลดลง พร้อมเรียกอาการนี้แบบตรงไปตรงมาว่า “สมองเป็นง่อย”
ผศ.นพ.สุรัตน์ย้ำว่าเครื่องมือทุ่นแรงไม่ใช่เรื่องผิด เปรียบเทียบกับเครื่องคิดเลข รถยนต์ หรือโปรแกรมแต่งภาพที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ชี้ว่า AI แตกต่างตรงที่ “วางแผน” และทำงานแทนมนุษย์ได้มากกว่าที่เครื่องมือทั่วไปทำได้ อีกทั้งเมื่อคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI มีมากขึ้น ผู้เสพสื่ออาจเริ่มจับแพตเทิร์นได้จนเกิดอาการเหนื่อยล้าหรือเบื่อหน่ายคอนเทนต์ AI (AI content fatigue) รวมถึงเตือนผู้สร้างคอนเทนต์ไม่ให้หลงคิดว่าคำชมต่อผลงาน AI คือคำชมตนเอง จนอาจเกิดภาวะ “Reflected Narcissism” และติดกับดักการใช้เครื่องมือจนคิดเองไม่เป็น
ส่วนทางออก ผศ.นพ.สุรัตน์เสนอแนวทางใช้ AI อย่างไม่ตกเป็นทาส 5 ข้อ ได้แก่ ใช้ AI เป็น “คู่สนทนา” เพื่อช่วยค้น ไม่ใช่คิดแทน, คิดเองก่อนอย่างน้อย 1 รอบและเขียนร่างหยาบแล้วให้ AI ช่วยขัด ก่อนกลับมาเรียบเรียงด้วยมุมมนุษย์, จัดพื้นที่บางงานที่ “ไม่ใช้ AI” เช่น เขียนไดอารี่หรือสรุปด้วยมือเปล่าเพื่อฝึกสมอง, รู้เท่าทันข้อจำกัดของ AI และย้ำหลักว่า AI เป็นเครื่องมือของเรา ไม่ใช่ให้เราเป็นเครื่องมือของ AI