จากกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทบริเวณท่าเทียบเรือฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของเช้าวันนี้ (7 มกราคม 2569) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรฉลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุและเข้าควบคุมสถานการณ์ในทันทีต่อมาซึ่งทางผู้ว่าฯ ภูเก็ตชื่นชมทุกหน่วยงานทำงานเป็นทีม คุมเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทท่าเรือฉลองได้อย่างรวดเร็ว สั่งเร่งเยียวยาผู้ประกอบการ เสียหาย 24 ลำ มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ เทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเต็มกำลัง โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือออกจากกัน เพื่อลดการลุกลามของเพลิง แม้การปฏิบัติงานจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลงและมีกระแสลมแรง แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
นายนิรัตน์ เปิดเผยว่า ทันทีที่เกิดเหตุ จังหวัดภูเก็ตได้ระดมทุกหน่วยงานเข้าคลี่คลายสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด ซึ่งมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตนำทีมลงพื้นที่ด้วยตนเอง ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าดูแลในส่วนของการประกาศภัยและการประเมินความเสียหาย ส่วนสำนักงานเจ้าท่าได้บริหารจัดการเรือและท่าเทียบเรือ เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ บริเวณอ่าวฉลองมีเรือจอดอยู่มากกว่าหนึ่งพันลำ และเรือทุกลำมีการเติมน้ำมันเต็มถังเพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว หากไม่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที มีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่เพลิงจะลุกลามไปยังเรือทั้งหมด เนื่องจากเรือจอดผูกเชือกอยู่ติดกัน อย่างไรก็ตาม จากการเข้าชาร์จสถานการณ์อย่างรวดเร็วและการทำงานเป็นทีมของทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถจำกัดความเสียหายไว้ได้เพียง 24 ลำ และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายจนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัด
ในส่วนของการฟื้นฟูพื้นที่ เทศบาลตำบลฉลองได้เร่งดำเนินการเคลียร์ซากเรือ เศษเถ้า และคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ในทะเลขึ้นจากน้ำทันที โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บกู้ พร้อมตั้งเป้าหมายให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยทางทะเล
ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ.จังหวัดภูเก็ต ได้เข้าดูแลด้านการประกันภัยทุกประเภทให้แก่เรือที่ได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งตั้งจุดรับแจ้งเรื่องประกันภัย ณ ที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงาน คปภ. ได้ร่วมกันตั้งจุดรับแจ้งและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถติดต่อประสานงานและแจ้งเรื่องต่าง ๆ ได้ในจุดเดียว โดยไม่ต้องเดินทางไปหลายหน่วยงาน
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และปลัดจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรับฟังความต้องการและพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐ ควบคู่กับการตรวจสอบสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียด พร้อมกล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เสียสละ และมีประสิทธิภาพ พร้อมให้กำลังใจผู้ประกอบการทุกฝ่ายให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน