คัดลอก URL แล้ว
จับตา 10 โมงพรุ่งนี้! ตร. เตรียมเปิดคลิปคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนทองคำแท่ง 246 บาท

จับตา 10 โมงพรุ่งนี้! ตร. เตรียมเปิดคลิปคดี “บิ๊กโจ๊ก” ติดสินบนทองคำแท่ง 246 บาท

ภายหลังพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ขึ้นไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ถึงรายละเอียดคดี “บิ๊กโจ๊ก” มีการจ่ายสินบน เป็นทองคำแท่ง 246 บาท ให้กับนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. และพวก เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไต่สวนความผิดของ ป.ป.ช. ซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนลงมาเปิดเผยอีกครั้ง ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนจะมีการส่งสำนวนเอกสารสำนวนคดี 7 ลัง 38 แฟ้ม 1 หมื่นกว่าแผ่น ให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. แต่ในส่วนของตนวันนี้ได้มายื่นหนังสือคัดค้านเจ้าหน้าที่ไต่สวนภาครัฐ 1 หลังมีกรรมการ ป.ป.ช. ท่านหนึ่งคุมอยู่ จึงได้ยื่นคัดค้านเพื่อไม่ให้เข้ามาดูแลหรือเกี่ยวข้องกับสำนวนในคดี

ส่วนเหตุผลที่ต้องมายื่นคัดค้าน เพราะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านนี้ ดูแลเจ้าหน้าที่ไต่สวนภาครัฐ 1 โดยตรง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอีกหลายๆ คดี ที่เจ้าหน้าที่ได้ส่งมา ประกอบกับตอนนี้คดีต่างๆ ติดปัญหา คดีเดินหน้าไม่ได้เท่าที่ควร นอกจากนี้ยังได้ยื่นคัดค้านผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ด้วย วันนี้จึงต้องมายื่นคัดค้านด้วยตัวเอง

สำหรับในเฉพาะคดีนี้ เบื้องต้นมีผู้กระทำความผิดอยู่ในวง 6 คน เป็นข้าราชการปัจจุบัน 2 คน อดีตข้าราชการ 2 คน และประชาชน 2 คน แต่ในส่วนว่าใครจะให้การเป็นพยานหรือจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนสอบปากคำอย่างละเอียด ถ้าบุคคลไหนให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือไม่มีเจตนา ก็จะพิจารณาเป็นรายบุคคลไป พร้อมยอมรับว่าวันนี้ที่มายื่นคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาด้วย

เมื่อถามถึงหลักฐานในคดีนี้ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า มีทั้งไฟล์คลิปวิดีโอ จำนวนกว่า 10 คลิป แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และยังไม่อยากพูดวันนี้ เพราะพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการเปิดคลิปวิดีโอ จะเปิดให้เห็นในบางเรื่องที่เป็นข้อสงสัย ยืนยันว่าพรุ่งนี้จะมีรายละเอียดขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น ว่ามีการทำอะไรบ้าง ขั้นตอนต่างๆ จนมาถึงการดำเนินคดีในวันนี้

พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ย้ำอีกว่า ”พรุ่งนี้ทุกคนจะได้เห็น ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงก่อน รวมถึงชุดสอบสวนของเราด้วย พร้อมทั้งอยากจะให้กำลังใจบิ๊กโจ๊กในการต่อสู้คดี แม้ว่าที่ผ่านมาจะออกมาบอกว่าถูกใส่ร้าย ขอให้กำลังใจทุกคน เราไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน เราเดินเรื่องทำงานเรื่องนี้มา เพราะมีพันตำรวจเอกภาคภูมิ และผู้ที่เกี่ยวข้องให้รายละเอียด ดังนั้นสิ่งที่มันเริ่มขึ้นมา ผมไม่ได้เริ่ม ทุกอย่างมีหลักฐานที่เราต้องดำเนินการ เราก็ต้องทำไปตามพยานหลักฐาน ยืนยันไม่มีการสัญญาที่จะช่วยเหลือใครทั้งสิ้น เราทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา หลักฐานทั้งหมด เราพิจารณาดูแล้วมีน้ำหนัก พยานหลายปากให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ศาลจะพิจารณาอย่างไร เป็นเรื่องที่เราไม่ก้าวล่วง“

พร้อมยอมรับว่า “ไม่ได้เตรียมรับมืออะไร หากบิ๊กโจ๊กจะฟาดกลับ หลังแถลงข่าวพรุ่งนี้ เป็นเรื่องของบิ๊กโจ๊กจะว่าอย่างไรก็ว่า เราไม่ได้กลั่นแกล้ง เพราะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง ส่วนการที่พันตำรวจเอกภาคภูมิมาให้ข้อมูล ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการมาแฉ เขาแค่ต้องการเอาความจริงมาเปิดเผย ไม่มีใครรู้หรอกว่าช่วงเวลาหนึ่งในการอยู่ร่วมหรือทำงานกับผู้บังคับบัญชาที่ไม่มีคุณธรรม ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกรังแกอย่างไรบ้าง และถูกโยนความผิดให้ วันหนึ่งเขาทนไม่ได้ เขาก็เอาความจริงมาเปิดเผย ซึ่งความจริงอันนี้ จะไปแก้ปัญหาอีกหลายเรื่อง ที่มันมีคดีคาราคาซังอยู่ ต้องขอบคุณพันตำรวจเอกภาคภูมิ ส่วนสุดท้ายพันตำรวจเอกภาคภูมิ จะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจะกันไว้เป็นพยาน ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ ป.ป.ช. จะดำเนินการอย่างไร หรือส่งให้เรา เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถจะไปชี้นำหรือให้ความเห็นได้”

เมื่อถามว่าคดีของ “บิ๊กโจ๊ก” จะมาจอดคาป้าย ป.ป.ช. ซ้ำเหมือนที่แล้วมาหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า เราจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตอนนี้ก็ต้องดูก่อนว่าทาง ป.ป.ช. ส่งเรื่องกลับคืนมาให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อหรือไม่ หรือทาง ป.ป.ช. จะดำเนินการเอง แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้จะเดินไปไม่ช้า ขอเวลาทำงานเล็กน้อย พร้อมย้ำว่า “ตัวผมเองและทีมงานกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปปป. ได้ทำงานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในการปราบปรามการทุจริตในเชิงรุก ทั้งเรื่องสำนวนการสืบสวนทุกสำนวน เราทำงานตรงไปตรงมา เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล เป็นเรื่องของคนที่กระทำความผิด ไม่เกี่ยวกับองค์กร ตนเองมองว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกท่าน ยังเป็นผู้ที่น่าเคารพ น่าทำงานด้วย จึงมั่นใจว่า ป.ป.ช. จะยังเป็นที่เชื่อมั่น น่าเชื่อถือ เพราะเราผ่านงานด้วยกันมาเยอะ และเราสร้างสังคมให้ได้เห็นและรับทราบในการทำงาน ดังนั้นการที่บุคคลเข้าข่ายถูกกล่าวหาในการกระทำความผิด ก็เป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิสูจน์ในศาล เพราะเป็นเรื่องที่เขาถูกกล่าวหา ยังไม่ได้ผิดอะไร โดยทาง ป.ป.ช. เอง ก็ยืนยันว่าเขาต้องการปัดกวาดบ้านตัวเองเหมือนกัน ไม่มีใครช่วยเหลือใคร ยังย้ำให้ตำรวจดำเนินการเต็มที่ และขอให้รอดูภายในสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจน ในการส่งสำนวนว่าสำนวนจะถูกส่งกลับมาให้ตำรวจดำเนินการหรือไม่ ส่วนคนที่มีเอกสิทธิ์ในความคุ้มครองจะส่งไปที่ไหน อยู่ในขั้นตอนต่อไป

ส่วนคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ”บิ๊กโจ๊ก“ ที่มาอยู่ที่ ป.ป.ช. จะมีแนวคิดรื้อคดีกลับมาพิจารณาใหม่หรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ตอบว่า ทางตำรวจเอง ไม่อยากรื้อมาพิจารณาใหม่ เราอยากให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทำเรื่องนี้เอง แต่ถ้า ป.ป.ช. อยากจะส่งให้เราทำ เราก็ไม่ขัดข้อง แต่เราเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่จะทำเรื่องนี้ ด้วยความโปร่งใสและตรงไปตรงมา

ส่วนกรณีนายสุรสิทธิ์ แพเกิด” เป็นคนรับทองจาก พันตำรวจเอกภาคภูมิ ซึ่งเป็นเลขาของ ป.ป.ช. ท่านหนึ่ง การดำเนินการของตำรวจสืบภาค 8 มีพยานหลักฐาน ทุกขั้นตอนในการดำเนินงาน ไม่มีการบังคับขู่เข็ญหรือซ้อมทรมาน แต่รายละเอียดขอเป็นวันพรุ่งนี้

ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนฝากถามว่าในเมื่อวันนี้ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ มาถึง ป.ป.ช. แล้ว จะมีการติดตามคดีค้างเก่าของตำรวจที่อยู่ที่ ป.ป.ช. เช่น คดีของ “บิ๊กต่อ” หรือ พลตำรวตเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกว่า เรื่องดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้ร้องให้ บก.ปปป. ตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบแล้ว พบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการแล้ว

อีกส่วน คือ ส่วนที่ พันตำรวจโทคริษฐ์ ปริยะเกตุ ร้องต่อคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ให้ดำเนินการกับ “บิ๊กต่อ” พร้อมพวก ซึ่ง ก.ร.ตร. เป็นองค์กรอิสระและมีหน้าที่ในการไต่สวนชี้มูล ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เมื่อมีการไต่สวนชี้มูลแล้วก็ จะส่งเรื่องมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เช่น การพิจารณาให้ออกจากราชการ เป็นต้น ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถบังคับ ป.ป.ช. หรือ ก.ร.ตร. ได้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร พร้อมยืนยันว่าไม่มีการลำเอียงในการดำเนินการทั้ง 2 คน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ

พร้อมบอกว่าในการตรวจสอบคดีบิ๊กโจ๊ก พบว่ามีเส้นเงินโยงไปถึงเจ้าตัว แต่ในคดีของบิ๊กต่อที่ บก.ปปป. ตรวจสอบเบื้องต้นในขณะนั้น ยังไม่พบว่ามีเส้นเงินไปถึง มีเพียงเส้นเงินที่โยงไปยังญาติพี่น้องเท่านั้น ส่วน ป.ป.ช. มาดำเนินการต่อแล้วจะพบว่ามีเส้นเงินโยงไปถึงหรือไม่ก็เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.

สำหรับคดีนี้ในวันพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคาดว่าพลตํารวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะทำงาน จะเป็นผู้แถลงข่าวด้วยตัวเอง ในเวลา 10.00 น.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง