คัดลอก URL แล้ว
ฟังอีกครั้ง “ไชยา พรหมา” ร่ายยาว สาเหตุทิ้งพรรคเพื่อไทย ย้ำยังสำนึกในบุญคุณ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

ฟังอีกครั้ง “ไชยา พรหมา” ร่ายยาว สาเหตุทิ้งพรรคเพื่อไทย ย้ำยังสำนึกในบุญคุณ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

นายไชยา พรหมา สส. หมายเลข 7 เขต  2 จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม  ออกมาเปิดใจผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง หลังจากประชาชนตั้งคำถามย้ายพรรคเพื่อไทย มาสังกัดพรรคกล้าธรรม  ว่ามีพี่น้องประชาชนยังตั้งคำถามและยังมีข้อข้องใจอย่างมากโดยเฉพาะในเรื่องเหตุผลของการย้ายพรรคเพื่อไทย ไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว หลายคนถามว่าตัวเองทรยศต่อพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ โดยขอยืนยันว่าตนเองสำนึกบุญคุณและมีความกตัญญูรู้คุณกับพรรคเพื่อไทยและอยู่กับพรรคเพื่อไทยมา 24 ปีโดยช่วงที่พรรครุ่งโรจน์ตนเองก็ไม่ได้หายไปไหน ช่วงที่พรรคเจอวิกฤตทางการเมืองตนเองก็อยู่และไม่ได้หนีไปไหน โดยเฉพาะช่วงที่โดนรัฐประหารหลายคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กระโดดหนีพรรคเพื่อไทยไปอยู่ที่อื่นและไปมีอำนาจอยู่ที่อื่น และไปซูฮก กับเผด็จการ ก็ยังกลับมาพรรคเพื่อไทยได้ แต่ตนเองไม่เคยหนีไปไหน แม้ถูกบีบคั้นจากผู้มีอำนาจในยุคนั้นเพื่อให้ย้ายพรรค ซึ่งตอบปฏิเสธไปว่าไม่สามารถที่จะทิ้งพรรคได้ 

“ตลอดระยะเวลา 24 ปีตนเองอยู่ที่พรรคเพื่อไทยเปรียบเสมือนบ้านอันอบอุ่น โดยพรรคให้โอกาส  จึงไม่เคยลืมบุญคุณของนายทักษิณ ชินวัตรและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้โอกาสทางการเมือง ซึ่งตนเองคิดว่าการได้รับการสนับสนุนจากพรรคให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิต แต่ตนเองคิดว่าระยะเวลาสั้นๆ ที่ได้ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 7 เดือนก็มีคำถามอยู่ในใจเสมอและประชาชนในพื้นที่ตลอดเวลาว่าตนเองโดนปรับออกไปเพื่ออะไรหรือตนเองไม่มีความสามารถหรือตนเองทำอะไรผิดซึ่งตนเองก็หาคำตอบจากพรรคไม่ได้”นายไชยากล่าว

นายไชยา ยังระบุอีกว่า ถึงอย่างไรก็ตามคิดว่าก็เป็นเหตุผลหนึ่งหรือความจำเป็น ที่พรรคอาจจะมีเหตุผลที่ปรับตนเองออก แต่ส่วนตัวคิดว่าศักยภาพของตนเองยังสามารถที่จะทำงานรับใช้ประชาชนได้และอยู่ที่ไหนเป้าหมายสำคัญคือการทำงานเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภู และพี่น้องชาวภาคอีสานนี่คือเป้าหมายหลักดังนั้นจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ  โดยไม่อาจที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบและเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ได้ยินดีที่จะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์แต่ขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนว่าชีวิตของเราต้องเดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นคิดว่าในสิ่งที่ตนเองเคยปฎิบัติหน้าที่เป็น สส. เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วง  7 เดือน ทำหน้าที่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้แสดงบทบาทให้เห็นแล้วว่าตนเองได้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ และเป็นหน้าตาของพรรค ดังนั้นในวันนี้ตนเองก้าวออกมาถ้าเปรียบเสมือนครอบครัวแล้วการมีลูกก็ลูกโตเป็นหนุ่ม  24 ปีแล้ว 

นายไชยา ยังชี้แจงอีกว่า ตนเองออกมาจากพรรคในตอนที่ยุบสภาหากจะเป็นงูเห่า ต้องไปตั้งแต่ตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วดังนั้นขอปฏิเสธ และยังสำนึกบุญคุณต่อ ต่อผู้มีพระคุณของตนเองและเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอโอกาสในการทำงานเพราะคิดว่าวันนี้การที่ตัดสินใจทางการเมืองร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม  เพราะพรรคกล้าธรรมเห็นความสามารถและศักยภาพในตัวของตนเอง จึงอยากให้เข้ามาช่วยงาน ดังนั้นจึงตอบรับว่าสิ่งไหนที่สามารถที่ช่วยเหลือและดูแลประชาชน ในพื้นที่ได้และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนก็อยากจะแสดงฝีมือเพื่อจะขอโอกาสจากประชาชนชาวหนองบัวลำภูให้กลับเข้าไปทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรของพี่น้องอีกครั้ง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง