เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2569 สนามเลือกตั้งสส.กทม.ฝั่งธนบุรีเริ่มร้อนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังพรรคภูมิใจไทยเปิดตัว“หมวดพลอย” นายหมวดตรี ศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร ส.ส. เขต 32 หมายเลข 1 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสจับตาว่า นี่คือหนึ่งในผู้สมัครที่พรรค “วางตัวมาดี” และถูกมองว่าเป็น หมากสำคัญของเกมการเมืองฝั่งธนบุรี
โดยชื่อของหมวดพลอย ไม่ใช่หน้าใหม่ในแวดวงนโยบายพรรคการเมือง หากแต่เป็นบุคคลที่เติบโตจากงาน “หลังฉากการเมือง” อย่างแท้จริง ทั้งในฐานะนักธุรกิจ และอดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการรัฐสภา ซึ่งทำให้เข้าใจกลไกอำนาจ การออกกฎหมาย และข้อจำกัดของระบบราชการอย่างลึกซึ้ง
จากนั้น ”หมวดพลอย“ ได้ตัดสินใจก้าวลงสู่สนามเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการตัดสินใจอย่างจริงจัง หลังสั่งสมประสบการณ์ทั้งจากภาคธุรกิจ และงานนโยบายมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญ เนื่องจากมีทั้งความรู้เชิงนโยบาย ความสามารถด้านการบริหาร และภาพลักษณ์ของคนทำงานจริง ไม่ใช่นักการเมืองสายวาทกรรม
สำหรับ ”หมวดพลอย“ นายหมวดตรี ศุภิกา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยม) ระดับปริญญาโท Engineering Business Management University of Warwick สหราชอาณาจักร สาขา และขณะนี้กำลังศึกษาปริญญาเอก ด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานด้านเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังผ่านการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางด้านการบริหาร การเงิน และการพัฒนาผู้นำ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งช่วยเสริมมุมมองการทำงานเชิงระบบ และการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
ซึ่งจุดแข็งสำคัญของ “หมวดพลอย”คือการผสาน “สองโลก” เข้าด้วยกัน
โลกของธุรกิจจริง ที่เข้าใจต้นทุน การค้าขาย และปัญหาปากท้องของผู้ประกอบการ กับโลกของนโยบายและงานรัฐสภาที่เข้าใจว่ากฎหมาย จากประสบการณ์ทำงานด้านธุรกิจ การบริหาร และบทบาทในงานรัฐสภา ทำให้
ฝั่งธนบุรี: พื้นที่ศักยภาพสูง แต่ต้องการคนทำงานเป็น
นายหมวดตรี ศุภิกา กล่าวว่า ”เขตฝั่งธนบุรี เป็นบ้านเกิดและพื้นที่ชีวิตทั้งหมดของตน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งเศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรมและเครือข่ายผู้คนเข้มแข็ง แต่ยังติดกับดักปัญหาเดิมๆ ทั้งการคมนาคม โอกาสทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตในเมือง ตนอยากเห็นการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม จึงตัดสินใจจากคนเบื้องหลังวางนโยบายด้านเศรษฐกิจ ลงสนามเข้าสู่การเลือกตั้งเพื่อต้องการเข้ามาพัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิดของพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ พลัส” ซึ่งไม่ใช่การขายฝัน แต่ ขายความพร้อม ทั้งประสบการณ์ องค์ความรู้ เครือข่ายการทำงาน และความเข้าใจระบบการเมืองและระบบราชการควบคู่ไปพร้อมกัน
“นโยบายที่ดี ต้องแก้ปัญหาชีวิตจริงได้ และต้องบริหารให้เกิดผล ไม่ใช่แค่เขียนสวย” นายหมวดตรีศุภิกา ย้ำ
อย่างไรก็ตาม การลงสนามในนามพรรคภูมิใจไทย จึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณชัดว่า พรรคต้องการผู้สมัครที่ “ทำงานเป็น” และสามารถ “เชื่อมพื้นที่กับนโยบายส่วนกลางได้จริง และหลังการเปิดตัวของ มว.ต. ศุภิกา พัฒน์ธนันภู คือการเพิ่ม “ตัวแปรใหม่” ส่งผลต่อสมการการเมืองฝั่งธนบุรีอย่างที่หลายฝ่ายเริ่มจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นม้ามืดที่มีกระแสตอบรับอย่างดี



