คัดลอก URL แล้ว
‘อนุทิน’ ลั่นพร้อมยุบสภา 12 ธ.ค.นี้ หากรอไม่ไหว ยอมรับรัฐบาลเสียงข้างน้อยอภิปรายดีแค่ไหนก็แพ้

‘อนุทิน’ ลั่นพร้อมยุบสภา 12 ธ.ค.นี้ หากรอไม่ไหว ยอมรับรัฐบาลเสียงข้างน้อยอภิปรายดีแค่ไหนก็แพ้

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 20 พ.ย.ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมงานสัมมนา “ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” โดยมีน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย โดยนายอนุทิน กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Change for the Future” มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า อย่างเรื่องโครงการคนละครึ่งพลัส ที่บอกว่าไปซ้ำกับคนอื่นแต่ลุงตู่ก็นายผม ทำมาแล้วก็ทำต่อ ถ้ากลัวไปลอกข้อสอบก็ใส่คำว่าพลัสเข้าไป ตั้งแต่ที่ตนเข้ามาการเมืองทำอะไรก็โดนด่าไปหมด มีแต่คนละครึ่งพลัสนี่แหละที่เวลาเดินไปไหนมีแต่คนชม ตนถือว่าเราต้องไม่หัวแข็ง เราต้องยืดหยุ่นอะไรที่ดีแล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเราก็ทำไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า ย่อหน้าสุดท้ายไม่ต้องฟังเรื่องการเมืองเดี๋ยวตนก็ยุบสภาแล้วคืนอำนาจให้ท่าน ตอนนี้ตนว่าตัวเลือกมีไม่มาก อยู่ที่ท่านก็ดูว่าพรรคไหน นอกจากจะมี policy (นโยบาย)ที่ดีแล้วต้องมีการปฏิบัติที่ดี ไม่ใช่พูดแต่ policy แต่ถึงเวลาปฏิบัติไม่ได้ คำว่าการปฎิบัติมีหลายมิติ มีหลายรูปแบบ มีความรู้พอที่จะปฏิบัติหรือไม่ มีความกล้าพอจะปฏิบัติและมีความเก่งพอที่จะผลักดันหรือไม่ มีปริมาณพอที่จะแสวงหาความร่วมมือหรือ มีอีกตั้งเยอะแยะ  ตนคิดว่าตนมีพอสมควร และคิดว่าเรื่องเหล่านี้ท่านต้องช่วยกัน

“ปีหน้ายังไงก็ต้องเลือกตั้งเพราะสภาพการเมืองที่มันดำรงมาจนถึงจุดนี้ก็ต้องยอมรับตรงๆว่ามันไปไม่ได้แล้ว รัฐบาลเสียงข้างน้อยมันจะไปได้ได้อย่างไรไม่ต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะอภิปรายก็แพ้ ตนผมก็บอกแล้วว่าวันที่ 31 ม.ค.69  ยุบสภาแต่ท่านรอถึงวันที่ 31 ม.ค.69 ไม่ไหวก็ไม่มีปัญหา ท่านจะให้ผมยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค.68 วันเปิดสภา ผมก็พร้อมยุบ  แต่จะมีอะไรที่มันทำแล้วไม่เสร็จหลายอย่างท่านก็ต้องไปเบลม(โทษคนนั้น) จะมาโทษผมไม่ได้ เพราะผมไม่ยอม ถ้าบอกว่าให้อภิปรายแล้วให้โหวตต่อให้โหวตอภิปรายห่วยขนาดไหนก็แพ้ และต่อให้อภิปรายดีขนาดไหนหรือตอบโต้ชี้แจงดีขนาดไหนก็แพ้ เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยมันไม่ใช่วินวิน แต่ทุกวันนี้ ผมไม่ได้ให้มันเกิดวินวินกับการเมือง  แต่ผมให้เกิดวินวินกับประชาชนอย่างน้อย 3-4 เดือนและ 2-3 เดือนประชาชนวิน ประเทศไทยวิน ผมแฮปปี้ปีแล้ว ผมไม่มีปัญหา เพราะผมเชื่อว่าผมก็มีพรรคของผม มีนโยบายดีที่ไปว่ากันตอนสนามเลือกตั้ง ท่านใกล้ชิดกับการเมืองใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจปีหน้าเป็นปีที่จะสำคัญตัดสินใจถูกประเทศไทยก็จะเขย่งก้าวกระโดด ไม่ใช่เพียงแต่ไปต่อเท่านั้น แต่ไปต่อด้วยสปีดที่เร็วและแรง เพราะเรากลับเข้าสู่จอเรดาร์ ทุกประเทศให้ความสำคัญให้ความสนใจ

เชื่อว่าสิ่งที่เราได้ทำไว้ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเราเองเราทำรากฐานทำให้มันไกล นักการเมืองปากดี ปากเสียอย่างไรก็ตาม อยู่พรรคไหนก็ตาม แต่ผมเชื่อว่า ส่วนลึกๆของพวกเขาทุกคน ต้องการสร้างความเจริญให้กับประเทศ คือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องเคารพซึ่งกันและกันคิดว่า คำว่าปรับเปลี่ยนและไปต่อเป็นสัจธรรมที่ต้องเกิดขึ้นทุกวันกับคนทุกคน โดยเฉพาะกับคนที่ต้องมีหน้าที่บริหารบ้านเมือง“ นายกฯ กล่าว.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง