อุตสาหกรรมเหล็กร้อนระอุ ภาคเอกชนถามรัฐบาลเคยหารือครบวงจรหรือยัง หลังมีแนวคิดยกเลิกระบบ IF เปลี่ยนเป็น BOF/EAF เสี่ยงสูญงบชดเชยมหาศาล–กระทบราคาเหล็กและเศรษฐกิจภาพรวม
วงการเหล็กเดือด ภาคเอกชนถามรัฐบาลคิดรอบด้านหรือยัง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเร่งผลักดันนโยบายก่อนยุบสภาต้นปี 2569 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมย้ำเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพเหล็กเส้นอย่างโปร่งใส พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ท่ามกลางกระแส “เสนอยกเลิกการผลิตเหล็กระบบ IF” เพื่อหันไปใช้ระบบ BOF/EAF แทน แนวคิดดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการทันที เนื่องจากปัจจุบันระบบ IF ถือสัดส่วนตลาดเกือบ 70% ของการผลิตเหล็กเส้นในประเทศ
ดร.ศักดิ์ชัย ธนบดีจิรพงศ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า ระบุว่าแนวคิดยกเลิกระบบ IF ไม่เคยมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการหรือสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กโดยรอบด้าน ขณะที่โรงงาน IF ทั้ง 11 แห่งลงทุนรวมกว่า 3,000–4,000 ล้านบาท และมีมูลค่าตลาดราว 6–7 หมื่นล้านบาทต่อปี หากมีการสั่งยุติ อาจต้องชดเชยทั้งเงินลงทุนและค่าเสียโอกาสรวม “หลักแสนล้านบาท” ซึ่งท้ายที่สุดเป็นภาระภาษีประชาชน อีกทั้งยังเสี่ยงทำให้ราคาเหล็กพุ่งสูงและเกิดการผูกขาดจากผู้ผลิตระบบอื่น
ชี้ระบบ IF ไม่ล้าสมัย คุณภาพเทียบเท่าระบบอื่น–ห่วงกระทบมั่นคงอุตสาหกรรมชาติ
ดร.ศักดิ์ชัยชี้ว่าเหล็ก IF ปัจจุบันมีคุณภาพแทบไม่ต่างจากระบบ BOF/EAF และถูกใช้ในหลายประเทศรวมถึงจีน อินเดีย และยุโรป เขาระบุว่า ปัญหาภาพลักษณ์ที่เคยโยงกรณีอาคาร สตง. ไม่ได้เกิดจากเหล็ก IF ซึ่งหน่วยงานรัฐยืนยันแล้ว พร้อมย้ำว่าโรงงาน IF ดั้งเดิมซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทยกว่า 20 ปี “ไม่เคยมีปัญหาคุณภาพ” และพร้อมถูกตรวจสอบทุกขั้นตอน
ภาคอุตสาหกรรมยังเตือนว่าหากปิดโรงงานจำนวนมาก ราคาตลาดจะผันผวนทันที เช่นกรณีที่ผ่านมาเพียงปิด 2 โรง ราคาขยับขึ้น 3 บาทต่อกิโลกรัม หากปิดถึง 70% กำลังผลิต ราคาจะเพิ่มหลายเท่าตัว กระทบโครงสร้างพื้นฐานและต้นทุนเศรษฐกิจโดยรวม อีกทั้งหากไทยต้องพึ่งการนำเข้า เมื่อเกิดวิกฤตโลกหรือสงคราม ประเทศจะเสียเปรียบด้านความมั่นคงทางอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เรียกร้องรัฐเปิดเวทีหารือก่อนตัดสินใจ–ชี้เหล็กคือ “กระดูกสันหลังประเทศ”
สมาคมฯ เสนอว่ารัฐไม่ควรกำหนดว่าต้องใช้เทคโนโลยีใด แต่ควรยกระดับมาตรฐาน มอก. ให้เข้มงวดเท่าเทียมในทุกระบบผลิต พร้อมชี้ว่าความกังวลเรื่องคุณภาพเหล็ก IF ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยรัฐเองเพิ่งตรวจโรงงาน IF ในปราจีนบุรีและ “ไม่พบปัญหาใด ๆ”
ดร.ศักดิ์ชัยทิ้งท้ายว่า หากบางฝ่ายต้องการเสนอให้เลิกระบบ IF รัฐควรเปิดเวทีร่วมผู้ผลิต สมาคม ผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพราะประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ความมั่นคงด้านอุตสาหกรรม และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง ไม่ใช่เพียงการเลือกเทคโนโลยีผลิตสินค้าเท่านั้น