นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันรัฐบาลเดินหน้าปราบสแกมเมอร์ต่อเนื่อง ยึดทรัพย์หมื่นล้าน เนรเทศต่างชาติพัวพัน ยันทุกหน่วยงานทำงานจริง สั่ง ผบ.ตร.–ผบ.ทบ. ดูแลความปลอดภัยผู้ให้ข้อมูล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในช่วง 1 เดือนหลังรับตำแหน่ง ว่าทุกหน่วยงานทำงานอย่างต่อเนื่อง มีผลเป็นรูปธรรมจากการยึดทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และเนรเทศผู้กระทำผิดต่างชาติออกนอกประเทศ โดยมีการลงนาม MOU ร่วมกับ 15 หน่วยงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการสืบสวนสอบสวน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย กสทช. และ ก.ล.ต. ส่งผลให้จำนวนบัญชีม้าที่ถูกใช้ในธุรกรรมผิดกฎหมายลดลงกว่า 25% ในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การทำงานของรัฐต้องอาศัยข่าวกรองและเทคโนโลยีระดับสูง ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ทุกขั้นตอน แต่ยืนยันว่า “ไม่มีใครใหญ่กว่า บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมระบุว่าทุกการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจาก “สมอลหนู” ทำให้สามารถเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยตนมอบอำนาจให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการปราบปรามอย่างเด็ดขาด “ไม่มีหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น”
สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านและนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ระบุว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ นายอนุทินท้าให้เปิดชื่อจริง–นามสกุลจริงต่อสาธารณะ พร้อมรับประกันความปลอดภัยแก่ผู้ให้ข้อมูล โดยมอบหมายให้ ผบ.ตร. และ ผบ.ทบ. ดูแลเป็นพิเศษ พร้อมแนะว่า หากมีหลักฐานให้ส่งตรงถึงรัฐบาล หน่วยงานด้านความมั่นคง หรือ ปปง.–ดีเอสไอ แทนการยื่นต่อกรรมาธิการสภาฯ เพื่อให้การตรวจสอบดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน นายอนุทินปฏิเสธข้อเรียกร้องของนายรังสิมันต์ โรม ที่ให้ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่า “เรื่องนี้คนละประเด็นกับการฟอกเงิน” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์