คัดลอก URL แล้ว
ไม่เว้น! มิจฉาชีพเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ หลอกคนไร้บ้าน “เปิดบัญชีม้า”

ไม่เว้น! มิจฉาชีพเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ หลอกคนไร้บ้าน “เปิดบัญชีม้า”

กรณีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา เปิดข้อมูลว่าคนไร้บ้านแถวสนามหลวง เป็นกลุ่มที่ถูกหลอกชักชวนให้เปิดบัญชีม้ามากที่สุด ทำเป็นขบวนการ หากินกันเป็นระบบ และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น

วันนี้ 17กันยายน 2568 ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ย่านสนามหลวง ย่านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สอบถามคนในพื้นที่พบว่าย่านนี้มีคนไรบ้านกระจายอยู่จำนวนมาก และเกิดปัญหาต่างๆตามมามากมาย เช่น ขโมย ทะเลาะวิวาท ซึ่งพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ได้จากการรอของแจกจากผู้ใจบุญที่มาแจกข้าวแจกน้ำบ้างบางครั้ง

นอกจากนี้ สิ่งที่ซ้ำเติมคนไร้บ้านเหล่านี้ ก็ยังมีขบวนการมิจฉาชีพ หลอกคนไร้บ้านอีกที โดยชวนคนไร้บ้านเปิดบัญชีม้า และไร้บ้านบอกว่าถูกหลอกไปเปิดบัญชีธนาคาร มีนายหน้าจะมากัน 2-3 คน รับคนไร้บ้านไปครั้งละ 4-5 คน และอ้างว่าจะให้ค่าจ้าง 500 บาทในการเปิดบัญชี แต่ในความเป็นจริง พอเปิดบัญชีเสร็จแล้วกลับได้เงินมาเพียง 200 บาทเท่านั้น และคนไร้บ้านเหล่านี้ ก็ไม่รู้เลยว่าการเปิดบัญชีม้าแบบนี้ อาจจะมีผลกระทบตามมาทีหลัง

ส่วนลักษณะการชักชวนทำอย่างไรนั้น ชาวบ้านบอกว่าไม่ทราบวิธีการชักชวนเช่นกัน แต่ยืนยันได้ว่าขบวนการนี้มีจริง

ทีมข่าวยังไปคุยกับนายสมบัติ ให้ข้อมูลว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ทางมูลนิธิกระจกเงารวบรวมไว้ จากการทำงานกับคนไร้บ้านพบว่ามีขบวนการแบบนี้เกิดขึ้นจริง มีนายหน้าเข้ามาชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร แลกกับค่าเปิดบัญชีตั้งแต่ 500-5,000 บาท หรือหากใครไม่ยอมเปิดก็จะมีวิธีการข่มขู่ หรืออ้างเจ้าหน้าที่รัฐ และยังมีประเภทหลอกชวนคนไร้บ้านไปดาวน์มอเตอร์ไซค์ แลกค่าจ้าง 5,000 บาท แล้วหลังจากนั้นก็มีคนเชิดเอามอเตอร์ไซค์ไปขาย หรือบางคนก็ถูกหลอกไปสแกนหน้าที่ปอยเปตประเทศกัมพูชา ซึ่งมีข้อมูลว่าขบวนการเหล่านี้อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

นายสมบัติ บอกอีกว่า จากข้อมูลคนไร้บ้านบางคนมีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากถึง 11 ล้านบาท ทั้งที่ตัวจริงยังนอนไร้บ้านอยู่ที่สนามหลวง บางกรณีเปิดสูงสุดถึง 7 บัญชีก็มี

อีกทั้ง อยากให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา มองว่านี่เข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์ ที่เหยื่อกลับกลายมาเป็นผู้กระทำความผิด ตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับคนไร้บ้านที่ทำงานที่มูลนิธิกระจกเงา เพราะมูลนิธิฯมีโครงการจ้างงานคนไร้บ้าน ทำให้ทราบว่าเคยมีตำรวจตามมาจับกุมต้วคนไร้บ้าน เจ้าตัวก็หายไป ไม่มาทำงานที่มูลนิธิ ภายหลังพบถูกจับกุม เพราะมีผู้เสียหายแจ้งความถูกหลอก และบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีม้าที่คนไร้บ้านเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับบัญชีชื่อตัวเอง

ปัจจุบันปัญหายังคงอยู่ มูลนิธิกระจกเงาก็ดำเนินการช่วยเหลือตามกระบวนการ เช่น ช่วยเหลือตามกระบวนการกฎหมาย พาไปแจ้งความไว้เพื่อยืนยันว่าพวกเขาเป็นคนไร้บ้าน และเป็นเหยื่อเช่นกัน และนำใบแจ้งความไปปิดบัญชีธนาคารต่างๆ ส่วนกรณีถูกฟ้องร้องไปแล้วก็มีกระบวนการช่วยเจรจากับผู้เสียหายให้ผ่อนชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่มูลนิธิกระจกเงาเคยติดต่อไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อขอให้ทำการช่วยอายัดบัญชีของคนไร้บ้านที่เจ้าตัวยินดีที่จะอายัด เนื่องจากคนไร้บ้านจำธนาคารที่ไปเปิดบัญชีไม่ได้ และบางครั้งมีการเปิดหลายแห่ง แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยปฏิเสธและแจ้งว่าให้เป็นหน้าที่ของเจ้าตัวไปติดต่อธนาคารเอง ไม่สามารถตรวจสอบให้ได้ว่าเปิดบัญชีไว้ที่ไหนบ้าง และไม่สามารถปิดได้ ต้องไปสอบถามธนาคารต้นทางด้วยตัวเอง

อยากจะให้หน่วยงานภาครัฐจริงจังในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ควรจะมีหน่วยงานกลางเพื่อสืบสวนสอบสวน ว่าขบวนการดังกล่าวใครเกี่ยวข้องบ้าง และต้องมีมาตรการให้มีช่องทางกันให้คนไร้บ้านมาเป็นพยานเพื่อให้ข้อมูล สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทำ

หากภาครัฐจริงจังในการแก้ไข เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาเหล่านี้เบาบางลงได้ ก็อยากจะฝากหน่วยงานภาครัฐเข้ามาทำให้เต็มที่ เช่น ตั้งวอร์รูมปราบปรามไล่ล่าขบวนการเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป และต้องยอมรับว่าคนไร้บ้านก็ถือว่าเป็นเหยื่อของขบวนการนี้ด้วย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง