วันที่ 16 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 09.40 น. ที่กองบังคับการปราบปราม นางสาวทองใหม่ ขวัญหมื่น ทนายความที่รับมอบอำนาจจากคู่กรณีที่เป็นโยมอุปัฏฐากที่อาศัยอยู่เยอรมนี ได้นำเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงิน – สลิปการโอนเงินฉบับจริง มามอบให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเพิ่มเติม ภายหลังจากได้เข้าแจ้งความให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดในจังหวัดปทุมธานี (วัดนาป่าพง)
โดยนางสาวทองใหม่ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายดำเนินการร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีการดำเนินการแจ้งความไว้แล้ว ในวันนี้จึงได้นำพยานหลักฐานต้นฉบับทั้งหมดเข้ามามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งประเด็นหลักเป็นคดีนี้ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินที่มีการเปิดบัญชีในประเทศไทย มีการโอนเงินเงินสดเข้ามายังบัญชีคู่กรณี และขอให้คู่กรณีโอนเงินจากบัญชีส่วนตัวไปยังบัญชีของสมาคมที่มีการเปิดไว้ในประเทศเยอรมนี
หลังจากนั้นพระรูปดังกล่าว ได้มีการพยายามให้คู่กรณีโอนเงินจากบัญชีของมูลนิธิเข้าไปยังบัญชีส่วนตัวของพระที่เปิดในประเทศเยอรมนี จึงทำให้คู่กรณีเริ่มสงสัยพฤติกรรมของพระรูปดังกล่าว ก่อนจะมีการตัดสินใจพยายามแจ้งเรื่องดังกล่าวมายังทนายในประเทศไทย เพื่อให้ช่วยเหลือในการติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตรวจสอบกรณีดังกล่าว ตั้งแต่เมื่อช่วงสองปีที่แล้ว
โดยช่วงแรกมีการโอนเงินไป 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 มีการโอนเงิน จำนวน 6,000,000 บาท / ครั้งที่ 2 จำนวน 2,700,000 บาท / ครั้งที่ 3 จำนวน 2,000,000 บาท และครั้งที่ 4 จำนวน 1,500,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,200,000 บาท
ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า การที่คู่กรณีตัดสินใจแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่เข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้นั้น แค่รู้สึกศรัทธาและต้องการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จึงตัดสินใจมารับเป็นผู้มีอำนาจในการกระทำการแทน โดยเข้ามาบริหารจัดการ ยอมรับการว่าจ้างเป็นการส่วนตัว ซึ่งมีการชำระภาษีตามกฏหมายถูกต้อง
ส่วนคดีการฟอกเงินในประเทศเยอรมนีนั้น ตนไม่ขอให้ข้อมูล ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนชี้แจงในรายละเอียด
นอกจากนี้ ทีมข่าวได้รับการรายงานว่า ทางผู้เสียหายได้ มีการถูกพระดังกล่าวว่าจ้างเป็นรายเดือนให้ดูแลสมาคมและมูลนิธิสอนพุทธศาสนาเดือนละ 174,000 บาท ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการกิจกรรมและบริหารเงินในสมาคมและมูลนิธิ