วันที่ 9 กันยายน 2568 นับเป็นวันประวัติศาสตร์สำคัญทางการเมืองของประเทศไทย เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่งศาลในกรณีไต่สวน การบังคับโทษจำคุกของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่ หรือคดีชั้น 14 ของนายทักษิณ
โดยศาลได้มีคำสั่งให้นายทักษิณและนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มาฟังคำสั่งของศาลในช่วงเวลา 9.30 น.
สำหรับการจัดระเบียบบริเวณโดยรอบพื้นที่ศาลฎีกา ทางเจ้าหน้าที่ได้วางรั้วแผงเหล็กปิดกั้นสำหรับแนวจอดรถของสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนกับศาลบริเวณด้านหลังศาลฎีการิมคลองหลอด พร้อมกับวางแผงเหล็กเป็นจุดสำหรับตั้งกล้องบันทึกภาพและทำข่าวของสื่อมวลชน
ขณะเดียวกัน ได้ติดตั้งแผงเหล็กบริเวณเชิงสะพานเจริญศรีหรือสะพานข้ามคลองหลอด เพื่อเป็นจุดสำหรับสื่อมวลชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนปักหลักทำข่าวบริเวณโดยรอบและกลุ่มมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณ
ด้านการรักษาความปลอดภัย พบว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งของ สน.ชนะสงคราม และกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 1 กองร้อยหรือประมาณ 170 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่โดยรอบศาลฎีกา
ส่วนบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ ทีมข่าวพบว่า เริ่มมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ทยอยเดินทางมาปักหลักทำข่าวบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าศาลฎีกา โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตเฉพาะสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนกับศาลฎีกาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปในพื้นที่ศาลฎีกาได้
พร้อมกันนี้ ได้เริ่มมีมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วน ทยอยเดินทางมาปักหลักชุมนุมบริเวณแนวรั้วเหล็กที่ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ โดยได้มีป้ายข้อความส่งกำลังใจให้นายทักษิณ รวมทั้งสวมเสื้อที่สกรีนข้อความให้กำลังใจและใบหน้าของนายทักษิณ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ศาลแจ้งว่า สำหรับคู่ความในคดีดังกล่าวรวมถึงตัวนายทักษิณเอง จะต้องเดินทางเข้ามาทางประตูบริเวณด้านหลังอาคารศาลฎีกาฝั่งริมคลองหลอดเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการฟังคำพิพากษาครั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ นส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร ลูกสาวทััง 2 คน จะมาร่วมฟังด้วย