วันที่ 21 กรกฏาคม 2568 ที่ชั้น 16 อาคารกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตึกพิทักษ์สันติ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังจาก ตำรวจ ปปป. ลงพื้นที่ไปที่วัดนครสวรรค์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูรายละเอียดต่าง ๆ เรื่องของการก่อสร้างศาสนสถาน ในคดี “ทิดสฤษดิ์” หรือ อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ที่ต้องสงสัยว่ามีสัมพันธ์กับเศรษฐีนีปากน้ำโพ อายุ 57 ปี และใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกัน ส่งเสียเลี้ยงดูฉันท์สามี-ภรรยา มานานกว่า 15 ปี รวมไปถึงอยู่ระหว่างขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินวัดหรือไม่ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง
สืบเนื่องจาก ที่มีการร้องเรียนมาที่ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและพระธรรมวินัย ที่ให้ข้อมูลและหลักฐานปรากฏข้อความการสนทนาบางส่วน มีเนื้อหาในทำนองบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่มากกว่าคนทั่วไป อาทิ ฝ่ายหญิงมีการใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “แม่” ในการพูดคุยกับทิดสฤษดิ์ มีการส่งข้อความอวยพรวันเกิด
โดยเจ้าตัว (พระธรรมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์) ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัด และต่อมาได้ลาสิกขาที่พระอุโบสถวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวงโดยมี พระครูนิภาธรรมประสิทธิ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีลาสิกขา เมื่อเวลา 23.49 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2568
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า เรื่องวัดนครสวรรค์เป็นปริศนาธรรมที่เราเคยพูดกันไว้ ที่ตนเคยบอกว่ามีพระสมณศักดิ์สูงกว่าคดีสีกากอล์ฟ คือ สมณศักดิ์ชั้นธรรม ซึ่งตอนนี้เปิดเผยมาแล้วที่เป็นภาพสนทนานั้น เป็นความผิดเกี่ยวข้องกับวินัยของสงฆ์ แต่อีกเรื่องเป็นเรื่องอาญาทุจริต ซึ่งเราตรวจสอบมาเบื้องต้น เห็นข้อมูลที่เชื่อมโยงกันที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี วันนี้จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่จังหวัดนครสวรรค์และพิจิตร เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยพระที่สึกไปแล้ว ก็ยังต้องได้รับการตรวจสอบจากเราด้วย ว่าจะเข้าข้อหาอาญาทุจริตหรือไม่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุต่อว่า เรามีเส้นเงินที่ตรวจสอบพบเกี่ยวข้องกับสีกากอล์ฟ หลายเส้นเงินตรงนี้ ผบ.ตร.และผู้จัดการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งให้ตรวจสอบทุกวัด แม้ตอนนี้จะยังไม่พบหลักฐานในคลิปวิดีโอหรือแชทไลน์หรือหลักฐานอื่น ๆ ก็จะให้ตรวจสอบ และเราจะตรวจสอบคู่ขนานทั้งหมด
โดยกรณีทิดประสิทธิ์มีความเกี่ยวข้องกับพุทธอุทยาน คือ เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนมาในการก่อสร้างพุทธอุทยานครั้งนี้ว่า มีการระดมเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท โดยเฉพาะวัดห้วยด้วนที่ใช้เงินประมาณ 30 ล้าน มีผู้มีจิตศรัทธามอบที่ดินเป็นทรัพย์สินให้วัด รวมถึงมีการหยิบยืมเงินวัดในกรุงเทพมหานครและวัดในสังกัด มีการก่อสร้างทำการก่อสร้างมาเกือบ 10 ปี ตอนนี้เสร็จไม่เสร็จยังไม่รู้ แต่ 2-3 ปีที่แล้วยังไม่เสร็จ จึงมีการร้องเรียนว่าใช้เงินมหาศาลในการสร้างแต่ไม่เสร็จสักที
แต่โครงการพุทธอุทยานที่จะนำไปให้สีกาหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่กำลังไปดูว่ามีอะไรมันดูไม่ชอบมาพากล เพราะที่นครสวรรค์มีทั้งมจร. (มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย) ก็พบเงินส่วนนึงและมีที่ประชาขนบริจาค หากเป็นเงินวัด บัญชีวัด หรือที่มอบให้มจร. หรือเงินที่ทำพุทธสถาน ถ้ายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงก็โดนดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนโครงการที่เกี่ยวข้องกับมจร.นั้น มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าคณะจังหวัดอยู่แล้ว เรื่องการบริหารเพราะฉะนั้น เจ้าหน้าที่กำลังดูอยู่ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ เพราะว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็อยู่ที่มจร.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเหตุลึกของคดีอาญาที่ตำรวจ ปปป. จับจ้องอยู่หรือไม่นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่เกี่ยวกับสีกามีหลักฐานที่เราตรวจสอบพบด้วย แต่จะออกมาในรูปคดีทุจริตอาญาหรือเป็นเงินส่วนตัวหรืออย่างไรว่ากันอีกที ตอนนี้เราสืบไปเยอะแล้ว เหลืออีกนิดเดียวถึงจะชัดเจน
ส่วนเรื่องสีกาที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ทางพล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า เรากำลังเร่งรัดการตรวจสอบทุกคน อันนี้ที่มีความคืบหน้าไปได้เยอะ ก็จะขอศาลอนุมัติหมายจับทันที จะไม่มีการเรียกแจ้งข้อหา เพราะถือว่าเป็นพระ ทำผิดวินัยสงฆ์ ทุจริตเงิน ถือว่าต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทิดสฤกษ์สึกเพราะเกี่ยวข้องกับสีกาใช่หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ใช่ น่าจะมีข้อมูลเล็ดลอดไปให้เห็น จริงๆ เรายังไม่ได้เอาข้อมูลนี้ปล่อยออกไป ไม่รู้หลุดไปยังไงเพราะส่งไปหลายหน่วยงาน ระดับผู้บังคับบัญชาแต่พอพบเห็นภาพแชทสนทนาและอื่นๆ ก็คิดว่าสึกเพราะเรื่องนี้ แต่เราซุ้มตรวจสอบเรื่องนี้มาตั้งแต่วันแรก พบเห็นอะไรหลายอย่าง แต่อยู่ในสำนวนการสืบสวน เอาไว้ตรงนี้ก่อน
ส่วนเรื่องที่อดีตพระรูปนี้ ถึงขั้นปราชิกเพราะสีกา แต่ยังไม่ใช่เรื่องทุจริตเงินวัดใช่หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จังหวัดนครสวรรค์มีเรื่องที่พี่น้องประชาชนเห็นว่า มีสีกาบางคน เข้ามาใกล้ชิดกับเจ้าอาวาสแบบผิดปกติถึง 2 คน แต่ยังไม่มีหลักฐาน แต่วันนี้หลักฐานเริ่มเปิดขึ้นมาแล้ว ส่วนหนึ่งสีกาแต่ละคนทำงานอยู่ บางคนก็มีไม่มีอาชีพ แต่มีทรัพย์สมบัติ เรามองว่าตรงนี้ต้องไปตรวจสอบว่าเงินต่าง ๆ มาจากไหน ซึ่งขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานว่าเป็นเงินวัดหรือเงินส่วนตัว
โดยในวันนี้ที่ไปวัดนครสวรรค์ ก็กำลังดำเนินการจะตรวจสอบเพิ่มเติม ตอนนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำก่อน การตรวจสอบทุจริตไม่ใช่วันนี้จบ ต้องดูเส้นเงินว่ามันเกี่ยวกับบัญชีวัดหรือไม่เกี่ยวกับเงินส่วนตัวหรือไม่ขอเวลาสักนิด แต่เท่าที่เห็นเบื้องต้นเห็นเส้นเงินไปสีกาสองคนนี้ ส่วนเงินจะมาน้อย ก็มีเงินถึงขั้นสามารถไปซื้อที่ดินแจกหมอดูได้ตามข่าว มีบ้านหลังใหญ่ มีรถมีทรัพย์สินหลายอย่างซึ่งเงินที่ออกจากบัญชีอดีตพระรูปนี้ไปหาสีกา เรายังเห็นไม่หมด ยังเห็นแค่บางส่วน ขอเวลาก่อน แต่ตอนนี้เหมือนจะมีบัญชีพระลูกวัดโอนให้ด้วย มีประชาชนธรรมดาที่อาจเป็น ลูกน้องของตัวละครหลัก ทุกคนจะต้องเรียกมาสอบสวน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า หลักฐานชัดขนาดนี้ออกหมายจับได้ไหมเกรงว่าจะหลบหนี ดูหลักฐานการออกหมายจับ เมื่อ 3-4 วันที่แล้ว ยังติดข้อมูลอยู่ แต่บอกไม่ได้ว่าติดตรงไหน ให้เขาไปขอมาก่อน
ในด้านการออกหมายจับอดีตพระต้องไปขอกับผู้บังคับบัญชาคณะสงฆ์ด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ บอกว่า ไม่เกี่ยวเพราะเป็นคดีอาญาทุจริตที่หน่วยงานทุจริตสามารถทำได้เลย เพราะเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับเงินเดือน เมื่อมีความกระทำความผิดต้องมีบทลงโทษเรื่องข้อหาทุจริต
พร้อมกับอีกว่า อย่าพึ่งไปไกลว่าเป็นข้อหาเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์แบบอาญา เพราะต้องพูดบนพยานหลักฐานที่เราได้มา หากฟันธงว่าเป็นอาญาทุจริต ในลักษณะเงินบริจาคเงินบัญชีวัด เข้าตัวสีกาแบบนี้ก็จะเข้าอาญา แต่ถ้าเงินที่เข้ามาบัญชีสีกาเป็นเงินส่วนตัวก็ไม่เข้าอาญา จึงขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า ไม่กลัวว่าจะหนีเพราะถ้าหนีเราก็ตาม ตอนนี้ที่ยอมรับอดีตพระได้ลาสิกขาบทไปก็ถือว่ายอมรับผลบุญ ผลกรรมที่ทำมาเพราะได้ทำบุญครั้งสุดท้ายไปแล้ว คือได้ สึกเพื่อรักษาศาสนา แต่ในคดีอญาที่ตามมาก็ต้องรับสภาพ ส่วนจะมีพระระดับสูงสุดกว่านี้อีกหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ทราบแต่ถ้ามีก็ส่งหลักฐานมา ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการเรื่องนี้ แบบไม่มีข้อยกเว้น ถ้ามีหลักฐานพร้อมเดินหน้าได้ทุกเรื่อง
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า ถ้ามีหนังสือร้องเรียนมาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราก็ต้องทำ ไม่ต้องกลัวเราจะไม่ทำ เพราะฉะนั้นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ตนยืนยัน หน่วยงานทุจริตทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่แล้ว ใครผิดก็ว่าไปตามผิด
โดยขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเกือบ 200 เรื่อง ที่ทาง บก.ปปป. กำลังขอเรื่องจากสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ห้าปีย้อนหลังที่เกี่ยวกับพระทั้งหมด โดยที่เราจะทำงานหนัก เรื่องนี้ไม่จบแค่อดีตพระที่สึกไปแน่นอน ส่วนที่มีข่าวว่าอดีตพระรูปนี้ขายที่ดินในราคา 300 ล้านบาทนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน