ไทยภักดีประชุมใหญ่ 20 ก.ค. นพ.วรงค์ประกาศนโยบายชัด “นักการเมืองโกงเกิน 20 ล้านต้องประหาร” เสนอปฏิรูปกองทัพ-ตำรวจ ตั้ง สว.ราชประชาสมาสัย ให้ปชช.เลือกตรง
พรรคไทยภักดีจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2 วันที่ 20 กรกฎาคม 2568 เพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่และกรรมการสรรหาผู้สมัครเลือกตั้ง โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรค ระบุแม้พรรคไม่มี ส.ส. ถูกมองเป็นพรรคสอบตก แต่ได้รับเงินอุดหนุนพรรคการเมืองสูงเป็นอันดับต้น ๆ และมีผลโพลพูดถึงเพิ่มขึ้น พร้อมตั้งคำถามถึงสถานการณ์ประเทศที่นายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าขายชาติ และอาจต้องพ้นตำแหน่งหรือหนีคดีในอนาคต โดยกล่าวถึงคดีของนายทักษิณ ชินวัตร ทั้งในข้อหา ม.112 และคดีชั้น 14 ว่า มีแนวโน้มจะหลุดจากคดีแรกแล้วเดินทางออกนอกประเทศก่อนศาลมีคำสั่งในคดีหลัง
นพ.วรงค์ประกาศนโยบาย “ปราบโกง” อย่างถึงที่สุด ชี้ปัญหาทุกอย่างของประเทศมีรากจากการทุจริต เสนอให้ประชาชนมีอำนาจต่อเนื่องนอกเหนือจากคูหาเลือกตั้ง สามารถฟ้องนักการเมืองได้ และนักการเมืองที่โกงงบประมาณเกิน 20 ล้านบาท ต้องมีโทษประหารชีวิต โดยไม่มีสิทธิ์ขอลดโทษ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปกองทัพโดยลดอัตรานายพล เพิ่มศักยภาพกำลังพลและเทคโนโลยีเพื่อรองรับสงครามยุคใหม่ ปรับโครงสร้างตำรวจไม่ให้รวมศูนย์ ไม่จำเป็นต้องมีชั้นยศ และให้ขึ้นตรงกับจังหวัดแทนการฟังคำสั่งนักการเมือง
ในประเด็น ส.ว. พรรคเสนอแนวทาง “ส.ว.ราชประชาสมาสัย” โดยให้องคมนตรีคัดเลือกผู้เหมาะสม 2 เท่าของจำนวนที่พึงมี แล้วให้ประชาชนเลือกโดยตรงทั่วประเทศ เพื่อให้ได้ ส.ว. ที่เป็นกลางจริง ขณะเดียวกันยังเตรียมเสนอนโยบายใหม่ เช่น ลดขนาดกระทรวงศึกษาไปเพิ่มศักยภาพโรงเรียน, ปรับสูตรประกันราคาข้าวให้ยึดราคาตลาดในประเทศ ไม่ใช้ราคาส่งออก, และปลดล็อคการแข่งขันด้านค่าไฟให้เสรีเพื่อลดราคาลงมาอยู่ที่ 2.50-3 บาทต่อหน่วย
ดร.กรรญดา ณ หนองคาย หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยืนยันว่า “ตราบใดที่ยังมีพรรคไทยภักดี ประเทศไทยยังมีวันใหม่” พร้อมประกาศจุดยืนไม่ยอมให้คนโกงชาติอยู่เหนือกฎหมาย และจะเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งจนกว่าความถูกต้องจะกลับคืนมา