กระทรวงดิจิทัลเปิดตัว “WebD” แพลตฟอร์ม AI ปิดเว็บผิดกฎหมายอัตโนมัติ เพิ่มอัตราการปิดกั้นกว่า 70% พร้อมเดินหน้า DE-fence ป้องกันโทรหลอกลวง และตรวจสอบข่าวปลอมไทย-กัมพูชา
ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ประกาศคิกออฟ “WebD” แพลตฟอร์ม AI ตรวจจับและสกัดเว็บไซต์ผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ โดยใช้ระบบ AI และ RPA เร่งกระบวนการเก็บหลักฐาน ยื่นคำร้องศาล และส่งคำสั่งปิดเว็บถึง ISP แบบไร้เอกสาร ซึ่งเร็วกว่าเจ้าหน้าที่ถึง 31.5 เท่า ลดขั้นตอนขอคำสั่งศาลลงถึง 5 วัน และคาดว่าจำนวน URLs ที่ถูกสั่งปิดจะเพิ่มขึ้นถึง 70.7% ภายในปี 2568
WebD ยังมีระบบ “AI Crawler” ตรวจจับเว็บผิดกฎหมายอัตโนมัติ คิดเป็นประสิทธิภาพเทียบเท่าเจ้าหน้าที่ 94 คน ทำงานต่อเนื่องครบวงจร ตั้งแต่สแกน URL จนถึงส่งคำสั่งศาลสั่งปิด พร้อมระบบ “URLs Checker” ตรวจสอบความสำเร็จในการบล็อกเว็บไซต์ ช่วยตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ได้มากขึ้น รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า WebD เป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ช่วยปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังติดตามความคืบหน้า DE-fence platform แอปป้องกันโทรหลอกลวงที่เปิดใช้งาน BETA แล้ว พร้อมเร่งพัฒนาใช้งานเต็มระบบเร็วๆ นี้ และยังมีการรายงานผลตรวจสอบข่าวปลอมเกี่ยวกับความมั่นคงไทย-กัมพูชา จำนวน 42 เรื่อง โดยปิดกั้นแล้ว 29 URLs พร้อมยืนยันข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ ได้ถูกเชื่อมโยงเข้าสู่แอป “ทางรัฐ” เพื่อเตือนภัยธรรมชาติแบบเรียลไทม์.